เดอไภช์คลินิก
surgery

ถอดซิลิโคนเสริมหน้าอกแล้วเจอเชื้อราดำ และภาวะ BII: บันทึกจากห้องผ่าตัดหมอ Time ที่พิษณุโลก

ถอดซิลิโคนเสริมหน้าอกแล้วเจอเชื้อราดำ และภาวะ BII: บันทึกจากห้องผ่าตัดหมอ Time ที่พิษณุโลก

หมอเชื่อว่าหลายคนที่เคยเสริมหน้าอกไปแล้ว หรือกำลังศึกษาข้อมูลอยู่ พอได้เห็นข่าวผู้หญิงต่างประเทศแชร์คลิปถุงซิลิโคนเก่าที่มีคราบสีดำลอยเคว้งคว้างอยู่ข้างใน คงรู้สึกกังวลใจไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ เคสของ "ลอเรน" หญิงสาวชาวเท็กซัสที่ตัดสินใจผ่าตัดถอดเต้านมเทียมออกแล้วช็อกเพราะเจอ "ก้อนเชื้อราดำ" (Mold) ลอยเด่นอยู่ในถุงน้ำเกลือทั้งสองข้าง กลายเป็นประเด็นที่คนไข้ส่งเข้ามาถามหมอเยอะมากในสัปดาห์นี้

หมออยากให้ทุกคนสูดหายใจเข้าลึก ๆ และลืมความกลัวไปก่อนครับ วันนี้หมอ Time จะมาแกะรอยเรื่องนี้อย่างละเอียดจากมุมมองของศัลยแพทย์ เพื่อให้คุณเข้าใจความจริงทางการแพทย์ และรู้วิธีสังเกตตัวเองอย่างถูกต้องครับ

ภาพจากคลิปจริงของลอเรน ยัง (Lauren Young) ขณะถือถุงเก็บซิลิโคนเสริมหน้าอกที่มีคราบเชื้อราดำลอยอยู่ข้างใน
ภาพจากคลิปต้นทางจริงของ Lauren Young (TikTok @laurenhomeschoolmama) ที่ถูกนำไปรายงานโดยสำนักข่าว Newsweek และ Bored Panda — หมอย้ำว่าการเก็บภาพเคสจริงจากคลิปมาประกอบเป็นเพียงการอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการันตีผลแต่อย่างใด
สรุปประเด็นสำคัญจากหมอ Time
  • เชื้อราในถุงเต้านมเทียมเกิดขึ้นได้จริง แต่พบน้อยมาก ๆ และมักเกิดกับ "ถุงน้ำเกลือรุ่นเก่า" ที่มีรอยปริขนาดจิ๋ว
  • ภาวะ BII (Breast Implant Illness) คือกลุ่มอาการที่คนไข้บางรายรายงานว่าดีขึ้นหลังถอดซิลิโคน แต่ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อสรุปเชิงสาเหตุแน่ชัด
  • ในประเทศไทย สิ่งที่น่ากังวลและเจอรุนแรงกว่าคือ "ซิลิโคนเหลวฉีด" ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสร้างพังผืดลามลึกเข้ากล้ามเนื้อ

การถอดซิลิโคนเสริมหน้าอก (Breast Implant Removal) คืออะไร?

คนไข้หลายท่านเดินเข้ามาหาหมอที่คลินิกด้วยความกังวลว่า "หมอคะ ถ้าหนูอยากเอาซิลิโคนออก มันคือการผ่าตัดใหญ่ที่น่ากลัวมากไหม" หมออยากอธิบายว่า การถอดซิลิโคนเสริมหน้าอก หรือทางการแพทย์เรียกว่า Explant Surgery คือการผ่าตัดเอาเต้านมเทียมที่เคยใส่ไว้ออกมาครับ ซึ่งวิธีผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ถุงซิลิโคนในขณะนั้น

เมื่อเราใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อประเภทพังผืดขึ้นมาล้อมรอบถุงซิลิโคนนั้นไว้เสมอ เรียกว่า Capsule เวลาที่หมอทำการผ่าตัดถอดออก หมอจึงไม่ได้ดูแค่ตัวถุงซิลิโคน แต่ต้องประเมินพังผืดรอบ ๆ ด้วยว่าจะจัดการอย่างไร โดยแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่การเอาออกเฉพาะถุงซิลิโคน ไปจนถึงการเลาะพังผืดออกทั้งหมดแบบเป็นแผ่นเดียวกัน (Total/En bloc Capsulectomy) ในกรณีที่พังผืดนั้นหนาตัวหรือเกิดการเสื่อมสภาพของซิลิโคนด้านใน


การถอดซิลิโคนเสริมหน้าอกช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?

Got questions? Dr. Time offers personalized, honest consultations — no upselling.

Consult Dr. Time

หลายคนอาจคิดว่าคนเราจะถอดหน้าอกออกเฉพาะตอนที่ซิลิโคนรั่วหรือแตกเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วในชีวิตการทำงานของหมอ คนไข้ตัดสินใจเข้ามาถอดด้วยเหตุผลที่หลากหลายมากครับ

รู้หรือไม่? การถอดเต้านมเทียมไม่ได้ทำแค่ตอนฉุกเฉิน

คนไข้หลายคนเลือกที่จะถอดออกเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป หรือรู้สึกว่าขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินไปไม่เหมาะกับสรีระในปัจจุบันแล้ว ซึ่งการถอดออกช่วยให้พวกเขากลับมารู้สึกคล่องตัวและสบายตัวขึ้นอย่างมากครับ

อาการทางกายที่ทำให้คนไข้ตัดสินใจมาปรึกษาหมอเพื่อถอดออก

  • พังผืดรัดตึงรุนแรง (Capsular Contracture): ทำให้เต้านมเบี้ยว ผิดรูป แข็งเป็นก้อน หรือมีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง
  • ซิลิโคนเสื่อมสภาพหรือแตกซึม (Implants Rupture): โดยเฉพาะเต้านมเทียมรุ่นเก่าที่มีอายุการใช้งานเกิน 10-15 ปีขึ้นไป
  • กลุ่มอาการไม่พึงประสงค์ทั่วร่างกาย (Breast Implant Illness - BII): เช่น อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง สมองล้า (Brain Fog) ผื่นแพ้ไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดตามข้อ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจากได้รับการผ่าตัดถอดเต้านมเทียมออก

เหมาะกับใคร? ใครไม่ควรทำ?

แม้ว่าการผ่าตัดถอดซิลิโคนจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหา แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้โดยไม่ประเมินความพร้อมล่วงหน้าครับ

ผู้ที่เหมาะกับการเข้ารับการผ่าตัดถอด

  • ผู้ที่มีผลตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ชัดเจนว่าซิลิโคนรั่วซึม
  • มีปัญหาพังผืดรัดเต้านมในระดับรุนแรง (Baker Grade III/IV) จนเจ็บหรือผิดรูป
  • ผู้ที่มีอาการเข้าข่ายภาวะ BII และผ่านการตรวจหาสาเหตุอื่นทางอายุรกรรมแล้วไม่พบ
  • ต้องการปรับเปลี่ยนสรีระกลับสู่ธรรมชาติ

ผู้ที่ควรเลื่อนการผ่าตัดหรือประเมินอย่างละเอียดก่อน

  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด (ต้องรักษาการติดเชื้อให้เสถียรก่อน ยกเว้นกรณีติดเชื้อจากเต้านมเทียมโดยตรง)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • มีความคาดหวังว่าหน้าอกจะกระชับสวยงามเหมือนก่อนเสริม โดยไม่พร้อมยอมรับรอยแผลหรือความหย่อนคล้อยที่อาจเกิดขึ้น

ถุงน้ำเกลือ vs ซิลิโคนเจล ต่างกันอย่างไรเมื่อเสื่อมสภาพ?

กลับมาที่ประเด็น "เชื้อราดำ" ในเคสข่าวต่างประเทศกันครับ เคสนั้นคนไข้ใส่เต้านมเทียมชนิด "ถุงน้ำเกลือ" (Saline Implants) ซึ่งมีความแตกต่างจาก "ซิลิโคนเจล" (Cohesive Gel) ที่นิยมใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพหรือแตกรั่ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายจึงไม่เหมือนกัน ดังที่หมอสรุปไว้ในตารางนี้ครับ

ลักษณะทางกายภาพ เต้านมเทียมชนิดถุงน้ำเกลือ (Saline) เต้านมเทียมชนิดซิลิโคนเจล (Cohesive Gel)
สิ่งบรรจุภายใน น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Sterile Saline) ซิลิโคนเจลเหนียวข้น เกาะตัวกันแน่น
เมื่อเกิดการรั่วซึม น้ำเกลือจะซึมออก ร่างกายดูดซึมได้ปลอดภัย หน้าอกจะแฟบลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลาไม่กี่วัน เจลจะยังเกาะตัวอยู่ข้างในพังผืด มักไม่มีอาการแสดงภายนอกชัดเจน (Silent Rupture)
ความเสี่ยงเรื่องเชื้อรา มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า หากมีรอยรั่วซึมขนาดเล็ก (Micro-leak) ความชื้นและสภาพแวดล้อมภายในถุงเอื้อให้สปอร์เชื้อราเติบโตได้ พบน้อยมากจนแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเนื้อเจลมีความหนาแน่นสูง ไม่มีสภาวะของเหลวอิสระให้เชื้อราเพาะตัว
การตรวจพบความผิดปกติ สังเกตด้วยตาเปล่าได้ง่ายเพราะหน้าอกแฟบลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1-2 วัน ต้องอาศัยการตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ MRI สม่ำเสมอ

ราคาเท่าไร? ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดถอดซิลิโคนหน้าอกไม่ได้มีตัวเลขที่ตายตัวครับ เนื่องจากความยากง่ายในแต่ละเคสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยทั่วไปในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นตั้งแต่ 40,000 ไปจนถึง 120,000+ บาท

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาผ่าตัด

  1. ความจำเป็นในการเลาะพังผืด: หากพังผืดหนามากและต้องเลาะออกทั้งหมดแบบละเอียด (En bloc) ผู้วิเคราะห์และลงมือผ่าตัดต้องใช้เวลาและความละเอียดสูงมาก ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามความซับซ้อนครับ
  2. การดมยาสลบ: การผ่าตัดแบบนี้จำเป็นต้องทำภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้
  3. การศัลยกรรมยกกระชับร่วมด้วย (Mastopexy): ในคนไข้บางรายที่ถอดซิลิโคนออกแล้วผิวหนังหย่อนคล้อยมาก อาจต้องการผ่าตัดตกแต่งผิวหนังส่วนเกินออกไปพร้อมกันในรอบเดียว

กี่วันเห็นผล? ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังถอด?

หลังตื่นจากยาสลบ สิ่งแรกที่คนไข้ส่วนใหญ่บอกหมอคือ "เบาตัวขึ้นเหมือนยกภูเขาออกจากอก" อาการแน่นหน้าอกหรือความรู้สึกตึงรั้งจะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัดครับ แต่ในแง่ของสรีระและอาการทางระบบอื่น ๆ จะมีไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงดังนี้ครับ

  1. สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด:

    หน้าอกจะยังมีความระบมและบวมจากการผ่าตัด รูปทรงอาจจะดูแบนราบหรือย่นชั่วคราวเนื่องจากเนื้อเยื่อรอบ ๆ ยังไม่เข้าที่

  2. ช่วง 1 - 3 เดือน:

    อาการบวมช้ำจะหายไปเกือบทั้งหมด ผิวหนังที่เคยขยายตัวจะเริ่มหดกระชับกลับเข้ามาตามธรรมชาติ (Skin Retraction) ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับสมดุลใหม่ หากมีอาการของ BII คนไข้หลายคนมักรายงานว่ารู้สึกสดชื่นขึ้น สมองโปร่งขึ้นในช่วงนี้ครับ

  3. เดือนที่ 6 เป็นต้นไป:

    รูปทรงหน้าอกจะคงที่ ผังผืดภายในสมานตัวสมบูรณ์ รอยแผลผ่าตัดจะเริ่มจางลงเป็นเส้นบาง ๆ หากดูแลอย่างถูกวิธี


เจ็บไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้างหลังถอดซิลิโคน?

ความกังวลเรื่องความเจ็บปวดเป็นเรื่องธรรมดามากครับ แต่หมออยากให้คุณเบาใจได้เลยว่า การผ่าตัดถอดซิลิโคนนั้นเจ็บน้อยกว่าตอนเสริมใหม่ ๆ อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเราไม่ได้ไปทำการยืดขยายกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อเต้านมอีกต่อไป แต่เป็นการลดปริมาตรลง ความตึงของแผลจึงน้อยกว่ามากครับ

ผลข้างเคียงที่ต้องระวังและเฝ้าสังเกต

แม้จะเป็นการผ่าตัดถอดออก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดทั่วไป เช่น ภาวะเลือดออกใต้ผิวหนัง (Hematoma) การสะสมของน้ำเหลือง (Seroma) หรือการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด ดังนั้น การปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ


ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร?

เพื่อให้แผลหายไวและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน หมอขอสรุปกฎเหล็กในการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดที่คนไข้ของหมอทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจครับ

จำ 3 ข้อนี้ให้ดีหลังผ่าตัดถอดหน้าอก
  • ใส่ Support Bra อย่างเคร่งครัด: ช่วยพยุงเนื้อเยื่อและลดช่องว่างใต้ผิวหนัง ป้องกันการสะสมของน้ำเหลืองได้ดีที่สุด
  • งดยกของหนักและออกกำลังกายหักโหม: เป็นเวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลภายในฉีกขาดหรือมีเลือดออกซ้ำ
  • ดูแลแผลให้แห้งสะอาด: ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าหมอจะอนุญาต และเข้าพบหมอตามนัดทุกครั้งเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย

ถอดซิลิโคนหน้าอกที่พิษณุโลก: de Pry Clinic

สำหรับคนไข้ในจังหวัด พิษณุโลก รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงอย่าง สุโขทัย, พิจิตร, อุตรดิตถ์, กำแพงเพชร, และเพชรบูรณ์ ที่กำลังเผชิญความกังวลใจเกี่ยวกับเต้านมเทียมของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องอายุการใช้งานของถุงซิลิโคน หรือเริ่มรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติทางร่างกายที่หาสาเหตุไม่ได้

หมออยากให้คุณสบายใจและอุ่นใจครับ

คุณวางใจได้เลยครับว่าที่เดอไภช์คลินิก คุณจะได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดและตรงไปตรงมาโดยตัวหมอเอง หมอตั้งใจนำความรู้และเทคนิคการผ่าตัดที่ปลอดภัยกลับมาดูแลพี่น้องในเขตภาคเหนือตอนล่าง เพื่อให้ทุกคนได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐานใกล้บ้าน ไม่ว่าผลการตรวจจะเป็นอย่างไร หมอก็อยู่ตรงนี้ พร้อมดูแลและวางแผนการรักษาเคียงข้างคุณเสมอ ไม่หายไปไหนแน่นอนครับ

ในประเทศไทยเรา สิ่งที่หมอมักเจอในเคสที่ "เยิน" หรือเสียหายหนักจริง ๆ และพบบ่อยกว่าเคสเชื้อราดำในถุงน้ำเกลือมาก คือเคสที่ไป "ฉีดซิลิโคนเหลว" กับหมอกระเป๋าหรือคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานในอดีตครับ สารพวกนี้จะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อเต้านมและกล้ามเนื้อจนกลายเป็นก้อนแข็งอักเสบ ซึ่งการผ่าตัดขูดออกมีความซับซ้อนสูงมาก ดังนั้น หากคุณมีประวัติเคยฉีดสารแปลกปลอมเข้าเต้านม หรือใส่ซิลิโคนมานานเกิน 10 ปี หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อตรวจเช็กสภาพเต้านมโดยเร็วที่สุดครับ


คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้าถอดซิลิโคนออกแล้ว หน้าอกจะดูแฟบหรือหย่อนคล้อยมากไหม?

A: ขึ้นอยู่กับขนาดของซิลิโคนเดิมและความยืดหยุ่นของผิวหนังคนไข้ครับ หากเดิมใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่มาก ผิวหนังอาจจะมีความหย่อนคล้อยคล้ายถุงกาแฟในช่วงแรก แต่ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวหดกระชับขึ้นได้เองบางส่วนใน 3-6 เดือน หรือบางเคสอาจพิจารณาผ่าตัดยกกระชับหน้าอกร่วมด้วยเพื่อทรงที่สวยงามครับ

Q: ภาวะ Breast Implant Illness (BII) ป้องกันได้อย่างไร?

A: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกัน BII ได้ 100% เนื่องจากยังไม่ทราบกลไกการเกิดที่แน่ชัด สิ่งที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้เต้านมเทียมที่ผ่านการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง ผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และตรวจเช็กสภาพหน้าอกเป็นประจำเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติครับ

Q: ถอดซิลิโคนแล้วจำเป็นต้องใส่สายระบายเลือดไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องใส่ในทุกเคสครับ ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดและน้ำเหลืองที่ซึมออกมาระหว่างผ่าตัด หากหมอประเมินแล้วว่ามีการเลาะพังผืดออกเป็นวงกว้าง การใส่สายระบายเลือดไว้ประมาณ 1-3 วันจะช่วยลดอาการบวมช้ำและป้องกันการสะสมของน้ำเหลืองใต้แผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าครับ

Q: สามารถใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไปแทนที่ในการผ่าตัดครั้งเดียวกันได้ไหม?

A: ในกรณีที่ถอดออกเพราะซิลิโคนเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานปกติ โดยไม่มีการติดเชื้อหรือพังผืดหดรัดรุนแรง สามารถทำความสะอาดช่องผ่าตัดเดิมและใส่ถุงซิลิโคนเจลใหม่เข้าไปแทนที่ในการผ่าตัดรอบเดียวกันได้เลยครับ แต่หากมีการติดเชื้อ จำเป็นต้องถอดพักไว้ก่อนอย่างน้อย 3-6 เดือนครับ

Q: นัดปรึกษาหมอ Time เพื่อตรวจประเมินเบื้องต้นต้องทำอย่างไรบ้าง?

A: คนไข้สามารถติดต่อเข้ามานัดหมายล่วงหน้าได้ที่เดอไภช์คลินิกครับ หมอแนะนำให้นำประวัติการผ่าตัดเดิม หรือเอกสารกล่องซิลิโคนเดิม (ถ้ามี) ติดตัวมาด้วย เพื่อให้หมอใช้ประกอบการประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุดครับ


ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทางการแพทย์ทั่วไปเพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะบุคคล เพราะสภาพร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน หมอแนะนำให้ ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์โดยตรงก่อนตัดสินใจผ่าตัดหรือเปลี่ยนถุงซิลิโคนทุกครั้ง เพื่อให้ได้การประเมินที่ตรงกับเคสของคุณจริง ๆ ครับ


แหล่งอ้างอิง

นี่คือแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่หมอใช้ศึกษาและอ้างอิงเพื่อเขียนบทความนี้ครับ คุณสามารถคลิกเข้าไปอ่านข้อมูลต้นฉบับเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจได้เลยครับ:

  • U.S. FDA ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของเต้านมเทียม รวมถึงอาการ BII: fda.gov
  • Breastcancer.org คู่มือการปฏิบัติตัวและสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดถอดเต้านมเทียม (Explant Surgery): breastcancer.org
  • PubMed (NCBI) รายงานพยาธิวิทยาของปฏิกิริยาเนื้อเยื่อต่อซิลิโคนที่รั่วซึมและการเกิดก้อนพังผืด (Siliconoma): pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed Central (NCBI) บทความวิชาการเกี่ยวกับกลไกการเติบโตของเชื้อรากลุ่ม Filamentous Fungi ในเยื่อหุ้มเต้านมเทียม (Breast Implant Capsule): pmc.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed (NCBI) รายงานเคส Aspergillus flavus เติบโตภายในถุงซิลิโคนน้ำเกลือ (saline-filled implant) ซึ่งตรงกับภาวะที่พบในเคสข่าวต่างประเทศ (กรกฎาคม 2569): pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
Share this article
Dr. Nuathathaam Opharphinuth — de Pry Clinic, Phitsanulok

Your doctor

Dr. TimeDr. Nuathathaam Opharphinuth

de Pry Clinic, Phitsanulok

MD, Prince of Songkla UniversityMaster's — First-Class Honours (Gold Medal)PhD, United KingdomAmerican Board of Aesthetic Medicine (AAAM)ABAARM, USA
  • Every procedure by Dr. Time
  • Verified genuine products
  • Natural, never overdone
  • Personalized — no course pushing
@depryclinic

de Pry Clinic, Phitsanulok — every procedure by Dr. Time

Book a consultation — friendly, honest advice from Dr. Time.

Consult Dr. Time