เดอไภช์คลินิก
general

Juvelook (จูฟลุค) คืออะไร? คุ้มไหม ราคาเท่าไร ที่พิษณุโลก 2026

17 กุมภาพันธ์ 2568

หลายคนที่เดินเข้ามาหาหมอช่วงนี้มักเริ่มประโยคคล้ายๆ กันว่า "หมอคะ หน้าหนูไม่ได้หย่อนมากนะ แต่มันดูโทรมๆ ไม่ฉ่ำ ไม่สดเหมือนเมื่อก่อน" บางคนส่องกระจกตอนเช้าแล้วรู้สึกว่าผิวมันแบนๆ ด้านๆ จะฉีดฟิลเลอร์ก็กลัวหน้าเปลี่ยน จะปล่อยไว้เฉยๆ ก็ไม่สบายใจ ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ หมออยากชวนมานั่งคุยกันเรื่องตัวหนึ่งที่คนไข้ถามหมอบ่อยมากในปีนี้ นั่นคือ Juvelook (จูฟลุค)

Juvelook คืออะไร

ลองนึกภาพง่ายๆ ก่อนนะ ปกติเวลาเราพูดถึง "การฉีดเพื่อผิวสวย" มันมักจะแยกเป็นสองสายในใจคนทั่วไป สายแรกคือฟิลเลอร์ที่เติมเข้าไปให้อิ่มทันที กับอีกสายคือตัวกระตุ้นที่ค่อยๆ สร้างผิวขึ้นใหม่จากข้างใน Juvelook น่าสนใจตรงที่มันพยายามรวมข้อดีของสองสายนี้เข้าด้วยกันในเข็มเดียว

พูดแบบเป็นทางการขึ้นนิดนึง Juvelook เป็นสกินบูสเตอร์จากเกาหลี ที่ประกอบด้วยสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือ PDLLA (poly-D,L-lactic acid) ซึ่งเป็นไมโครสเฟียร์ของสารที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ และอีกส่วนคือ HA หรือไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่อุ้มน้ำเก่ง ช่วยให้ผิวดูฉ่ำชุ่มชื้นตั้งแต่ช่วงแรกๆ

เพราะมีสองส่วนนี้รวมกัน เขาจึงมักเรียก Juvelook ว่าเป็น "skin booster" หรือตัวฟื้นฟูคุณภาพผิว (regeneration) มากกว่าจะเป็นฟิลเลอร์เติมวอลุ่มเป็นจุดๆ จุดเด่นในมุมที่หมอมองคือ มันไม่ได้ตั้งใจไปเปลี่ยนรูปหน้าคุณ แต่ตั้งใจทำให้ "เนื้อผิว" ของคุณดีขึ้น แน่นขึ้น ฉ่ำขึ้น แบบที่ยังเป็นหน้าคุณอยู่

Juvelook ทำงานยังไง

มีข้อสงสัย? หมอ Time ดูแลเฉพาะบุคคล ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส

ปรึกษาผ่าน LINE

ตรงนี้หมอชอบเปรียบเทียบให้คนไข้ฟังว่า PDLLA เหมือน "การวางโครงนั่งร้านชั่วคราว" ให้ผิว ส่วน HA เหมือน "การรดน้ำให้ชุ่มก่อน" คนไข้มักจะร้อง อ๋อ ทันที

PDLLA กับการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ (neocollagenesis)

เมื่อฉีด PDLLA ไมโครสเฟียร์เข้าไปในชั้นผิว มันจะทำตัวเป็นเหมือนโครงสร้างชั่วคราวในชั้นหนังแท้ พอมันค่อยๆ ย่อยสลายไปตามเวลา ร่างกายจะตอบสนองด้วยการกระตุ้นเซลล์สร้างเส้นใย (fibroblast) ให้ทำงาน แล้วผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ กระบวนการนี้คือสิ่งที่ทำให้ผิวค่อยๆ ดูแน่นขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้น ไม่ใช่อิ่มทันทีแบบเติมของเข้าไป แต่เป็นผิวของเราเองที่ดีขึ้น

หมออยากให้เข้าใจคำว่า "ค่อยๆ" ตรงนี้ให้ดี เพราะมันคือหัวใจของวิธีคิดแบบตัวกระตุ้นคอลลาเจน ผลที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติ คนรอบตัวมักทักว่าดูสดใสขึ้น แต่บอกไม่ถูกว่าไปทำอะไรมา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไข้หลายคนชอบ

HA กับความฉ่ำที่เห็นผลก่อน

ในขณะที่ PDLLA กำลังทำงานเงียบๆ อยู่ข้างใน HA จะรับหน้าที่ในช่วงแรก ด้วยคุณสมบัติอุ้มน้ำ มันจึงเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูฉ่ำ เรียบเนียนขึ้นได้เร็วกว่า ทำให้คนไข้ไม่ต้องรอผลนานเกินไปจนใจร้อน เรียกว่าได้ทั้งความสบายใจช่วงแรก และผลระยะยาวที่ตามมาทีหลัง

หมอสรุปให้ง่ายๆ HA = ความฉ่ำที่เห็นก่อน · PDLLA = ความแน่นที่ค่อยๆ มาจากคอลลาเจนของตัวเอง สองอย่างนี้ทำงานคนละจังหวะกัน แต่ส่งเสริมกัน

Juvelook เทียบ Sculptra และฟิลเลอร์ HA

คำถามที่หมอเจอเกือบทุกวันคือ "แล้วมันต่างกับ Sculptra หรือฟิลเลอร์ที่เคยฉีดยังไง" หมอเลยขอวางเทียบให้เห็นภาพชัดๆ สามทาง โดยอยากให้อ่านตารางนี้แบบเข้าใจหลักการ ไม่ใช่ตัดสินว่าตัวไหนดีกว่า เพราะแต่ละตัวเกิดมาตอบโจทย์คนละแบบ

หัวข้อ Juvelook (PDLLA + HA) Sculptra (PLLA) ฟิลเลอร์ HA ทั่วไป
สารหลัก PDLLA ผสม HA PLLA HA (ไฮยาลูรอนิก แอซิด)
หลักการทำงาน กระตุ้นคอลลาเจน + เติมความฉ่ำในตัวเดียว กระตุ้นคอลลาเจนเป็นหลัก เติมวอลุ่มทันทีตรงจุดที่ฉีด
เน้นแก้อะไร คุณภาพผิวโดยรวม เนียน ฉ่ำ แน่น เติมวอลุ่ม ฟื้นโครงหน้าบริเวณกว้าง เติมร่อง เติมรูปทรงเป็นจุด
ความฉ่ำช่วงแรก เห็นได้เร็วจากส่วน HA ไม่เน้น ค่อยเป็นค่อยไป เห็นทันทีหลังฉีด
ลักษณะผลที่ได้ เป็นธรรมชาติ ค่อยๆ ดูดีขึ้น เป็นธรรมชาติ ค่อยๆ ดูดีขึ้น เปลี่ยนเห็นชัดทันที

สรุปในมุมหมอ ถ้าเป้าหมายคุณคือ "อยากให้เนื้อผิวดีขึ้นทั้งหน้าแบบไม่เปลี่ยนรูปหน้า" Juvelook ตอบโจทย์ตรงนี้ดี แต่ถ้าคุณมีร่องลึกหรืออยากเติมทรงเป็นจุดชัดๆ ฟิลเลอร์อาจเหมาะกว่า ซึ่งบางครั้งหมอก็ออกแบบให้ใช้ร่วมกันด้วยซ้ำ ขึ้นกับหน้าของแต่ละคน

ใครเหมาะ ใครควรปรึกษาก่อน

หมออยากให้คุณอ่านส่วนนี้แบบสบายใจ ไม่ใช่อ่านแล้วกังวล เพราะจุดประสงค์คืออยากให้คุณรู้จักตัวเองก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ขู่ให้กลัว

เหมาะกับ

  • คนที่ผิวเริ่มดูโทรม ไม่ฉ่ำ รูขุมขนเริ่มกว้าง ผิวเริ่มหมองและไม่แน่นเหมือนเดิม แต่ยังไม่ได้มีปัญหาหย่อนคล้อยรุนแรง
  • คนที่อยากดูแลผิวเชิงป้องกันตั้งแต่ยังไม่หนัก กลุ่มนี้มักเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบที่พอใจ เพราะมันตรงกับสิ่งที่ Juvelook ถนัด คือการปรับคุณภาพผิว

ควรปรึกษาก่อน

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อหรือผื่นอักเสบบริเวณที่จะทำ มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่างที่อาจมีผลต่อการหายของแผล
  • กลุ่มนี้หมอจะซักประวัติให้ละเอียดก่อน เพื่อความปลอดภัยของคุณเป็นอันดับแรก (ไม่ใช่ห้าม แต่ขอประเมินก่อน)

เห็นผลเมื่อไหร่ ทำกี่ครั้ง อยู่นานแค่ไหน

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะความเข้าใจผิดที่หมอเจอบ่อยที่สุดคือ คนไข้คาดหวังว่าฉีดเข็มเดียวแล้วหน้าเปลี่ยนทันทีเหมือนฟิลเลอร์ พอไม่เป็นแบบนั้นก็ใจเสีย ทั้งที่จริงๆ มันกำลังทำงานอยู่

ไทม์ไลน์ที่หมออยากให้เข้าใจ

  1. ช่วงแรกหลังทำ คุณจะเห็นผิวฉ่ำชุ่มชื้นขึ้นจากส่วน HA นี่คือผลเร็วที่ใจเย็นได้
  2. ประมาณ 1-3 เดือน ผลจริงเรื่องผิวแน่นและเนียนขึ้นจากคอลลาเจนใหม่ จะค่อยๆ ชัดขึ้น เพราะร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง อดทนรอนิดนึงแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผลแบบนี้ถึงดูเป็นธรรมชาติ

จำนวนครั้งและความคงทน

ส่วนใหญ่หมอจะวางแผนเป็นคอร์สหลายครั้ง ห่างกันครั้งละไม่กี่สัปดาห์ เพราะการกระตุ้นคอลลาเจนได้ผลดีเมื่อทำเป็นจังหวะต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ ส่วนความคงทน ข้อมูลทางการตลาดมักระบุว่าผลโดยรวมอยู่ได้นานหลายเดือนถึงราว 2 ปี แต่หมออยากบอกตามตรงว่าตัวเลขนี้ขึ้นกับผิวแต่ละคน อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำด้วย ไม่ใช่ทุกคนจะเท่ากันเป๊ะ

1-3เดือน เห็นผลคอลลาเจนใหม่
~2ปี ผลโดยรวมอยู่ได้นานถึง

ปลอดภัยไหม ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

หมอเข้าใจว่าพอเป็นเรื่อง "ฉีดเข้าหน้า" ใครๆ ก็กังวล หมอจึงอยากเล่าให้ครบ ทั้งสิ่งที่พบบ่อยและสิ่งที่พบน้อยแต่ควรรู้ เพื่อให้คุณตัดสินใจบนข้อมูลจริง ไม่ใช่ความกลัวลอยๆ

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและมักหายเอง ได้แก่ รอยแดง บวม หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งปกติจะค่อยๆ ยุบภายในไม่กี่วัน บางคนอาจมีตุ่มหรือก้อนเล็กๆ ที่ตำแหน่งที่ทำ ซึ่งส่วนใหญ่ยุบเองได้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบน้อยกว่าแต่ควรรู้ คือก้อนที่อยู่นาน การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดอื่นๆ ที่พบไม่บ่อย

หมออยากเน้นจุดนี้เป็นพิเศษ เรื่อง ตุ่มหรือก้อน (nodule) นั้นเกี่ยวข้องกับเทคนิคอย่างมาก ทั้งการเตรียมสาร การกระจายให้สม่ำเสมอ และระดับความลึกที่ฉีด สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่หมอย้ำเสมอว่าควรทำกับคนที่ดูแลใกล้ชิดและเข้าใจสารตัวนี้จริงๆ เพราะมันต่างกันมากระหว่างฉีดให้เสร็จๆ กับฉีดด้วยความตั้งใจ

หมออยากให้สบายใจ ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ของ Juvelook เป็นเรื่องเล็กน้อยและหายเองได้ และส่วนใหญ่ของปัญหาที่หนักกว่านั้นป้องกันได้ด้วยการประเมินผิวก่อน เลือกคนไข้ที่เหมาะ ใช้ของแท้ และใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ถ้ามีอะไรผิดปกติหลังทำ คุณโทรหาหมอได้เสมอ หมอไม่ได้หายไปไหนหลังคุณลุกจากเตียง

จำสั้นๆ
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (รอยแดง บวม ช้ำ ตุ่มหรือก้อนเล็กๆ) ส่วนใหญ่เล็กน้อยและหายเองภายในไม่กี่วัน
  • เรื่องตุ่มหรือก้อนเกี่ยวข้องกับเทคนิคอย่างมาก ทั้งการเตรียมสาร การกระจาย และระดับความลึกที่ฉีด
  • ปัญหาที่หนักกว่านั้นป้องกันได้ด้วยการประเมินผิวก่อน เลือกคนไข้ที่เหมาะ ใช้ของแท้ และใช้เทคนิคที่ถูกต้อง

เรื่องที่หมออยากพูดตรงๆ

มาถึงส่วนที่หมอจริงจังที่สุด เพราะ Juvelook กำลังเป็นที่นิยม และของที่นิยมมักมาพร้อมของก๊อปหรือของที่ไม่ผ่านมาตรฐานเสมอ

เรื่องแรกที่หมออยากให้คุณถามทุกที่ที่ไปทำ คือ "ของที่ใช้ผ่าน อย. ไหม" เพราะสารกลุ่มฉีดเข้าผิวแบบนี้ ถ้าได้ของที่ไม่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงเรื่องก้อนและการอักเสบจะสูงขึ้นมาก คุณมีสิทธิ์ขอดูและถามได้เต็มที่ ที่ไหนที่ตอบไม่ได้หรือเลี่ยงตอบ หมอแนะนำให้ระวังไว้ก่อน

เรื่องที่สอง คือเทคนิคของคนทำสำคัญพอๆ กับตัวสาร อย่างที่หมอเล่าไปเรื่องตุ่มหรือก้อน มันไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้ออย่างเดียว แต่ขึ้นกับมือคนฉีด การเตรียมสาร และการประเมินผิวก่อนทำด้วย หมอเลยอยากให้คุณมองว่าราคาที่ถูกผิดปกติ บางทีมันแลกมากับอะไรบางอย่างที่คุณมองไม่เห็นในวันที่จ่ายเงิน

และเรื่องสุดท้ายที่หมอพูดเสมอ Juvelook ไม่ใช่ของวิเศษที่เหมาะกับทุกคนและทุกปัญหา บางคนปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องคุณภาพผิว แต่เป็นเรื่องโครงหน้าหรือความหย่อน ซึ่งต้องใช้วิธีอื่น หมอจึงอยากประเมินก่อนเสมอ มากกว่าจะรีบขายให้

ราคา Juvelook คุ้มไหม

หมอจะไม่หลอกคุณด้วยตัวเลขลอยๆ ในบทความ เพราะราคาที่แท้จริงขึ้นกับหลายปัจจัย และการโยนตัวเลขมั่วๆ มาให้คุณคือการไม่เคารพการตัดสินใจของคุณ

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน

ราคาของ Juvelook ในแต่ละที่ต่างกันได้จากหลายเรื่อง เช่น จำนวนครั้งหรือคอร์สที่เหมาะกับผิวคุณ ปริมาณที่ใช้ บริเวณที่ทำ ของที่ใช้เป็นของแท้ผ่าน อย. หรือไม่ และที่สำคัญคือมีหมอประเมินและดูแลต่อเนื่องหรือเปล่า สองที่ที่ราคาต่างกันมาก บางทีไม่ได้ต่างกันที่ "ชื่อตัวยา" แต่ต่างกันที่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเข็มนั้น

คำว่าคุ้มในมุมหมอ จึงไม่ใช่แค่ถูกที่สุด แต่คือการได้ของแท้ ได้คนที่ประเมินก่อนทำ และมีคนรับผิดชอบดูแลคุณต่อหลังทำ ถ้าคุณอยากรู้ราคาจริงที่เหมาะกับผิวและเป้าหมายของคุณ ทักมาคุยกับหมอทาง LINE ได้เลย หมอยินดีประเมินให้ก่อนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วค่อยตัดสินใจกันทีหลังว่าจะทำไหม

ทำ Juvelook ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic

ถ้าคุณอยู่พิษณุโลกหรือจังหวัดใกล้เคียง แล้วกำลังมองหาที่ทำ Juvelook อย่างสบายใจ หมออยากชวนมาคุยกันที่ de Pry Clinic ก่อน

สิ่งที่หมอยึดมาตลอดคือ ประเมินก่อนทำเสมอ หมอจะดูผิวคุณ ฟังว่าคุณกังวลเรื่องอะไร แล้วบอกตรงๆ ว่า Juvelook เหมาะกับคุณไหม หรือมีทางที่ตอบโจทย์กว่า บางครั้งคำตอบของหมอคือ "ยังไม่ต้องทำตอนนี้ก็ได้" ซึ่งหมอพูดได้เพราะหมอมองคุณเป็นคนไข้ที่หมอต้องดูแล ไม่ใช่ลูกค้าที่ต้องปิดการขาย

และเมื่อทำแล้ว หมอดูแลต่อ ไม่ได้จบแค่วันที่คุณจ่ายเงิน ถ้ามีอะไรไม่สบายใจหลังทำ คุณติดต่อหมอได้ เพราะหมอเชื่อว่าการดูแลที่ดีคือการอยู่กับคนไข้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง ไม่ใช่แค่ตอนฉีด

คำถามที่คนถามหมอบ่อย

Juvelook (จูฟลุค) คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง

Juvelook เป็นสกินบูสเตอร์ที่รวมสองส่วนเข้าด้วยกัน คือ PDLLA ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ กับ HA ที่เติมความชุ่มชื้นให้เห็นผลฉ่ำตั้งแต่แรก ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปที่เน้นเติมวอลุ่มเป็นจุดๆ ตรงที่ Juvelook เน้นปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้แน่นและเนียนขึ้นจากภายใน

Juvelook เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน

ช่วงแรกจะเห็นผิวฉ่ำชุ่มชื้นขึ้นจากส่วน HA ส่วนผลจริงเรื่องผิวแน่นและเนียนขึ้นจากคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1-3 เดือน ผลโดยรวมในข้อมูลการตลาดมักระบุว่าอยู่ได้นานหลายเดือนถึงราว 2 ปี ขึ้นกับผิวแต่ละคนและการดูแลตัวเอง

Juvelook ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

ส่วนใหญ่หมอจะวางแผนเป็นคอร์สหลายครั้ง ห่างกันครั้งละไม่กี่สัปดาห์ เพราะการกระตุ้นคอลลาเจนเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป จำนวนครั้งที่เหมาะกับคุณขึ้นกับสภาพผิวและเป้าหมาย ซึ่งหมอจะประเมินให้ในวันปรึกษา

Juvelook เจ็บไหม มีดาวน์ไทม์นานไหม

ส่วนใหญ่จะรู้สึกตึงๆ หรือเจ็บเล็กน้อยตอนฉีด หลังทำอาจมีรอยแดง บวม หรือช้ำเล็กน้อยที่ค่อยๆ ยุบเองภายในไม่กี่วัน ถือว่าดาวน์ไทม์สั้น แต่หมอจะแนะนำการดูแลหลังทำให้ชัดเจนเสมอ

Juvelook ปลอดภัยไหม มีโอกาสเกิดตุ่มหรือก้อนไหม

Juvelook เป็นหัตถการที่ถือว่าปลอดภัยเมื่อทำกับผู้ที่มีความรู้และใช้ของที่ผ่าน อย. ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เล็กน้อยและหายเอง ส่วนตุ่มหรือก้อนเล็กๆ เป็นสิ่งที่พบได้และมักยุบเอง โอกาสเกิดขึ้นกับเทคนิคการเตรียมสารและการฉีดเป็นสำคัญ จึงควรทำกับหมอที่ดูแลใกล้ชิด

Juvelook ต่างจาก Sculptra ยังไง

ทั้งคู่เป็นกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน แต่ Sculptra ใช้ PLLA ส่วน Juvelook ใช้ PDLLA และยังผสม HA มาด้วย ทำให้ Juvelook ให้ความฉ่ำเห็นผลเร็วกว่าในช่วงแรก และมักวางตำแหน่งเป็นสกินบูสเตอร์ปรับคุณภาพผิว ขณะที่ Sculptra มักใช้เน้นเติมวอลุ่มและฟื้นโครงหน้าในบริเวณกว้าง

ใครไม่ควรทำ Juvelook

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อหรือผื่นอักเสบบริเวณที่จะทำ มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ควรเลื่อนหรือปรึกษาหมอก่อนเสมอ วันปรึกษาหมอจะซักประวัติและประเมินให้ว่าเหมาะกับคุณไหม

ทำ Juvelook ที่พิษณุโลกได้ที่ไหน

ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก หมอ Time ดูแลตั้งแต่ประเมินผิวก่อนทำ เลือกแผนที่เหมาะกับคุณจริงๆ ไม่ใช่ขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป และดูแลต่อเนื่องหลังทำ ปรึกษาก่อนได้ทาง LINE โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แหล่งอ้างอิง

หมอเลือกแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือมาให้คุณอ่านต่อเอง เผื่ออยากเข้าใจเรื่องความปลอดภัยของสารฉีดและการเลือกหัตถการอย่างมีข้อมูล

  • PubMed Central — งานทบทวนความปลอดภัยของสารฉีดกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน: pmc.ncbi.nlm.nih.gov
  • U.S. FDA — ข้อมูลทางการเรื่องสารฉีดเติมผิว (Dermal Fillers): fda.gov
  • NHS — คำแนะนำการทำหัตถการความงามอย่างปลอดภัย: nhs.uk
  • อย. — ตรวจสอบทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจ: oryor.com
แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

คนไข้ดื่ม Diet Coke ละลายก้อนอาหารอุดตันในท้อง กับปรัชญาลดน้ำหนักแบบมีความสุขที่เดอไภช์คลินิก พิษณุโลกบทความทั่วไป

คนไข้ดื่ม Diet Coke ละลายก้อนอาหารอุดตันในท้อง กับปรัชญาลดน้ำหนักแบบมีความสุขที่เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

เรื่องแปลกแต่จริงในวงการแพทย์ เมื่อ Diet Coke ช่วยละลายก้อนอาหารอุดตันในกระเพาะอาหาร ร่วมถอดรหัสกับหมอธามน์แห่งเดอไภช์คลินิก พิษณุโลก ถึงปรัชญาการดูแลรูปร่างแบบ "กินได้ ถ้ามีความสุข"

อ่านต่อ
ดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) คืออะไร? ทำไม 'กินน้อยแต่ไม่ผอม' และวิธีแก้ ที่พิษณุโลก 2026บทความทั่วไป

ดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) คืออะไร? ทำไม 'กินน้อยแต่ไม่ผอม' และวิธีแก้ ที่พิษณุโลก 2026

อายุ 40+ กินน้อยลงแล้วแต่ยังไม่ผอม ทั้งที่ 20 ปีก่อนกินอะไรก็ไม่อ้วน? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก อธิบายภาวะ 'ดื้ออินซูลิน' แบบเข้าใจง่าย พร้อมสัญญาณเตือน วิธีตรวจ และวิธีปรับให้กลับมาดีด้วยตัวเอง อ้างอิงงานวิจัยจริง

อ่านต่อ
Re2O ปลอดภัยไหม? เนื้อเยื่อมนุษย์ ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และการดูแลก่อน–หลังทำ ที่พิษณุโลก 2026บทความทั่วไป

Re2O ปลอดภัยไหม? เนื้อเยื่อมนุษย์ ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และการดูแลก่อน–หลังทำ ที่พิษณุโลก 2026

Re2O ทำจากเนื้อเยื่อมนุษย์จริงไหม ปลอดภัยหรือเปล่า? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก เล่าตรงๆ ทั้งกระบวนการคัดกรองผู้บริจาค การฆ่าเชื้อ E-beam สารตกค้างที่คนแพ้ยาต้องรู้ ผลข้างเคียงที่พบ ใครไม่เหมาะ และวิธีดูแลก่อน–หลังทำให้ปลอดภัย

อ่านต่อ
ดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์ — เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ผู้ดูแล

คุณหมอ Timeดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ ม.สงขลานครินทร์ปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษวุฒิบัตรเวชศาสตร์ความงาม สหรัฐฯ (AAAM)ABAARM, USA
  • หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ
  • ยาแท้ ตรวจสอบได้
  • ผลธรรมชาติ ไม่โป๊ะ
  • ดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ยัดเยียดคอร์ส
@depryclinic

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก · หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ

ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส คุยกับหมอ Time ได้ตรงไปตรงมา

ปรึกษาผ่าน LINE