
- การปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์คืออะไร?
- ปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?
- เหมาะกับใคร? ใครไม่ควรทำ?
- ฟิลเลอร์ vs การเติมไขมันตัวเอง ต่างกันอย่างไร?
- ราคาเท่าไร? ใช้กี่ CC?
- กี่วันเห็นผล? อยู่ได้นานแค่ไหน?
- เจ็บไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
- ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร?
- ทำฟิลเลอร์ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic
- คำถามที่พบบ่อย
- แหล่งอ้างอิง
หมอเคยเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลใจคล้าย ๆ กันว่า "หมอคะ อยากปรับรูปหน้าให้ดูสดชื่นขึ้น แต่กลัวว่าทำออกมาแล้วหน้าจะแข็งเหมือนหุ่นยนต์ หรือดูเป็นบล็อกเดียวกันไปหมดเหมือนพิมพ์นิยมในโซเชียล" ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะหลายครั้งที่เราเห็นรีวิวทั่วไปตามอินเทอร์เน็ต มักจะเน้นความเป๊ะระเบียบจัดจนขาดเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติไป
ในมุมมองของหมอ ความสวยงามที่แท้จริงไม่ใช่การก๊อปปี้ใบหน้าของคนอื่นมาวางไว้บนหน้าเรา แต่คือการดึงจุดเด่นและปรับจุดที่เป็นปัญหาให้ดูเนี๊ยบ ละมุน และมีมิติขึ้นในแบบที่เป็นคุณเอง หมออยากให้ทุกคนสบายใจว่าเราสามารถดูดีขึ้นได้โดยไม่ต้องสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเองไปครับ
การปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ไม่ใช่การทำให้หน้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่คือการเติมเต็มมิติที่ขาดหายไปตามวัยหรือโครงสร้างเดิม เพื่อผลลัพธ์ที่เนี๊ยบ ละมุน และดูเป็นธรรมชาติที่สุด โดยที่ de Pry Clinic หมอให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล ไม่เน้นการอัดปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป และเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอครับ
การปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์คืออะไร?
ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ฟิลเลอร์ (Filler) คือการเติมสารเติมเต็มประเภทสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวของเราอยู่แล้วเข้าไปในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนกระดูกที่ทรุดตัว ไขมันที่ฝ่อตัวลง หรือคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา
หมอได้ศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมาตรฐานความงาม พบประเด็นที่น่าสนใจมากครับ จากการศึกษาของ Rhodes G, Yoshikawa S, et al. (2001) ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างใบหน้าที่มีความสมมาตรและมีความใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของประชากรในวัฒนธรรมนั้น ๆ (Averageness) จะได้รับความรู้สึกว่าดูดีและน่ามองขึ้น ซึ่งงานวิจัยชิ้นถัดมาอย่างของ Coetzee V, et al. (2014) ก็สนับสนุนว่ามีเกณฑ์ความกลมกลืนร่วมกันบางประการที่ข้ามวัฒนธรรมได้จริง
อย่างไรก็ตาม หมออยากให้มองอีกด้านหนึ่งด้วยครับ งานวิจัยของ Mignault A, et al. (2021) ได้ให้มุมมองที่ลึกซึ้งว่า ความสวยงามไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวเพียงสูตรเดียวทั่วโลก แต่ละบุคคลและแต่ละวัฒนธรรมยังมีรสนิยมเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การปรับรูปหน้าจึงไม่ใช่การพยายามทำทุกอย่างให้เป็นไปตามสูตรคำนวณ 100% แต่เป็นการปรับให้เกิด "ความกลมกลืน" บนใบหน้าของคุณเองต่างหากครับ
ทำไมการเติมฟิลเลอร์ยุคนี้ ถึงไม่ใช่แค่การ 'เติมรูรั่ว' แต่คือการปรับแสงและเงา?
เมื่อก่อนเราอาจจะมองว่าการเติมฟิลเลอร์คือการเห็นร่องลึกตรงไหนก็เอาฟิลเลอร์ไปถมตรงนั้นให้เต็ม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใบหน้าของเรามีเรื่องของมิติ แสง และเงาเข้ามาเกี่ยวข้องครับ เวลาที่แสงตกกระทบใบหน้า จุดที่ยุบตัวลงไปจะเกิดเป็นเงาดำทำให้เราดูเหนื่อยล้า ดูโทรม การใช้ฟิลเลอร์เข้าไปปรับตำแหน่งและมิติในจุดที่เหมาะสม จะช่วยเปลี่ยนทิศทางการตกกระทบของแสง ทำให้เงาดำเหล่านั้นหายไป ใบหน้าจึงดูสว่างสดใสขึ้นทันตาเห็น โดยที่ไม่ต้องอัดปริมาณฟิลเลอร์จนหน้าดูบวมอิ่มจนเกินพอดีครับ
ปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?
มีข้อสงสัย? หมอ Time ดูแลเฉพาะบุคคล ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส
ปรึกษาผ่าน LINEเมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างใต้ผิวหนังของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ ตั้งแต่ชั้นกระดูกที่ค่อย ๆ บางลง ชั้นไขมันที่ฝ่อตัวและเคลื่อนที่ต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้เกิดปัญหาริ้วรอยร่องลึกและความหย่อนคล้อย การใช้สารเติมเต็มในตำแหน่งที่ถูกต้องจึงสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
- ใต้ตาคล้ำและร่องใต้ตา: ช่วยเติมเต็มส่วนที่ยุบตัวให้ดูอิ่มฟูขึ้น ลดรอยคล้ำและเงาดำใต้ตา ทำให้หน้าดูสดชื่น ไม่โทรม
- ร่องแก้มและร่องมุมปาก: ช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยและเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ขมับตอบและแก้มตอบ: ปรับส่วนเว้าแหว่งด้านข้างใบหน้าให้เชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น ทำให้รูปหน้าโดยรวมดูละมุนและได้สัดส่วน
- คางและแนวกราม: ช่วยปรับความยาวและมิติของคางให้รับกับจมูกและหน้าผาก รวมถึงแต่งแนวกรามให้คมชัดขึ้น
บางครั้งปัญหาที่แสดงออกที่จุดหนึ่ง อาจมีสาเหตุมาจากอีกจุดหนึ่งครับ เช่น ร่องแก้มที่ดูลึกขึ้น แท้จริงแล้วอาจเกิดจากการทรุดตัวของกระดูกแก้มด้านบน การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการเติมฟิลเลอร์พยุงในจุดแก้มส้ม จะช่วยดึงร่องแก้มให้ตื้นขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องเติมฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มโดยตรงเลยครับ
เหมาะกับใคร? ใครไม่ควรทำ?
แม้ว่าการปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและทำได้ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการรักษาประเภทนี้ครับ หมออยากให้ลองพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นด้านล่างนี้ประกอบการตัดสินใจครับ
ผู้ที่เหมาะกับการทำฟิลเลอร์
- ผู้ที่มีปัญหาร่องลึก แก้มตอบ หรือขมับยุบตัวจากอายุที่มากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้า เช่น คางสั้น หรือหน้าผากแบน
- ผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่และไม่มีเวลาพักฟื้นนาน
ผู้ที่ควรปรึกษาหมออย่างใกล้ชิดก่อนทำ
- ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูโรนิกแอซิด หรือแพ้ยาชาอย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือผิวหนังอักเสบในบริเวณที่จะทำการฉีด
- ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่
ฟิลเลอร์ vs การเติมไขมันตัวเอง ต่างกันอย่างไร?
สำหรับคนที่ต้องการเติมเต็มปริมาตรบนใบหน้า มักจะมีคำถามยอดฮิตว่าควรเลือกทำฟิลเลอร์หรือเติมไขมันตัวเองดี หมอสรุปข้อแตกต่างที่สำคัญมาให้เปรียบเทียบกันง่าย ๆ ดังนี้ครับ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ (HA) | การเติมไขมันตัวเอง (Fat Grafting) |
|---|---|---|
| แหล่งที่มาของสาร | สารสังเคราะห์ที่เลียนแบบธรรมชาติ (HA) ปลอดภัยสูง | ดูดไขมันจากร่างกายตัวเอง (เช่น ต้นขา หน้าท้อง) |
| การพักฟื้น | แทบไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยเข็มเล็กน้อย 1-2 วัน | ต้องพักฟื้นทั้งบริเวณใบหน้าและจุดที่ดูดไขมันไป |
| ความแม่นยำในการปรับแต่ง | สูงมาก สามารถเลือกความหนืดและขึ้นรูปได้เนี๊ยบ | ปานกลาง เนื่องจากไขมันบางส่วนจะฝ่อตัวสลายไปเอง |
| การแก้ไข | ง่าย สามารถฉีดสลายออกได้เร็วหากไม่ถูกใจ | แก้ไขยาก หากติดแล้วต้องใช้วิธีผ่าตัดหรือเลเซอร์ช่วย |
| ความคงทน | 6 - 24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ) | อยู่ได้ยาวนาน (หากเซลล์ไขมันที่เหลือรอดติดถาวร) |
ราคาเท่าไร? ใช้กี่ CC?
ราคาของการทำฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะคิดตามปริมาณกระบอก (CC) และรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ครับ หมออยากชี้แจงว่าฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีความหนาแน่นและความยืดหยุ่นที่ต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับการวางในชั้นผิวที่แตกต่างกัน เช่น ฟิลเลอร์เนื้อแข็งสำหรับพยุงกระดูก หรือฟิลเลอร์เนื้อนิ่มสำหรับใต้ตาที่บอบบาง การเลือกใช้แบรนด์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงระยะยาวได้มากครับ
ทำไมแต่ละคนถึงใช้ปริมาณฟิลเลอร์ไม่เท่ากัน แม้จะอยากแก้ปัญหาจุดเดียวกัน?
หมอขอยกตัวอย่างปริมาณ CC ที่มักจะใช้ในเคสทั่วไปเพื่อเป็นข้อมูลคร่าว ๆ นะครับ ทั้งนี้เป็นเพียงตัวอย่างสัดส่วนเฉลี่ยจากเคสที่หมอเคยดูแลมาเท่านั้น ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกคนต้องฉีดเท่ากันครับ:
- ใต้ตา: ประมาณ 1 - 2 CC (เน้นเนื้อละเอียด เพื่อไม่ให้เป็นก้อนและดูเรียบเนียน)
- ขมับ: ประมาณ 1 - 3 CC (ขึ้นอยู่กับความลึกและการยุบตัวของกระดูกด้านข้าง)
- ร่องแก้ม: ประมาณ 1 - 2 CC (เน้นการพยุงแก้มส้มร่วมกับการเติมร่องลึก)
- คาง: ประมาณ 1 - 2 CC (เพื่อปรับมิติความยาวและองศาให้สมส่วนกับใบหน้า)
เหตุผลที่แต่ละคนใช้ไม่เท่ากัน เพราะโครงสร้างกระดูกและการทรุดตัวของชั้นไขมันใต้ผิวของแต่ละคนมีความลึกหนาต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ บางคนใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีอาจใช้ฟิลเลอร์เพียงเล็กน้อยเพื่อปรับแสง แต่บางคนเกิดจากกระดูกเบ้าตาทรุดตัวก็อาจต้องใช้ปริมาณที่มากกว่าเพื่อพยุงโครงสร้างขึ้นมาครับ
กี่วันเห็นผล? อยู่ได้นานแค่ไหน?
เรื่องระยะเวลาการเห็นผลและการคงอยู่ของฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญที่คนไข้ควรรู้ เพื่อให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิตและเตรียมตัวออกงานสำคัญได้อย่างมั่นใจครับ
หลังจากที่เราทำหัตถการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของปริมาณและรูปหน้าได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำเลยครับ แต่อาจจะยังมีความบวมจากอาการช้ำของเข็มและตัวยาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดามากครับ ความละมุนและเข้าที่อย่างเนี๊ยบที่สุดจะปรากฏให้เห็นชัดเจนในช่วง 14 ถึง 30 วันหลังทำครับ
- วันแรกหลังทำ: สังเกตเห็นวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นในบริเวณที่เติม อาจมีอาการตึง แดง หรือบวมจากรอยเข็มเล็กน้อย
- วันที่ 3 - 7: อาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ฟิลเลอร์เริ่มผสานตัวเข้ากับเนื้อเยื่อรอบ ๆ
- วันที่ 14 - 30: ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้เต็มที่ สมานตัวเนียนไปกับผิวชั้นจริง หน้าดูละมุนและเป็นธรรมชาติที่สุด
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA จะสามารถอยู่ในร่างกายเราได้นานประมาณ 6 ถึง 24 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นที่เลือกใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงการดูแลตัวเองและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลด้วยครับ
เจ็บไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
ความปลอดภัยและความสบายใจของคนไข้คือสิ่งที่หมอให้ความสำคัญที่สุดครับ หลายคนกลัวเข็มและกังวลว่าจะเจ็บมาก หมออยากบอกว่าฟิลเลอร์แบรนด์พรีเมียมในปัจจุบันเกือบทุกรุ่นจะมียาชา (Lidocaine) ผสมอยู่ในตัวยาอยู่แล้ว ประกอบกับการแปะยาชาก่อนทำและการประคบเย็นตลอดการรักษา จะช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายและแทบไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ
สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ทั่วไป เช่น อาการบวมช้ำ รอยแดง หรือความรู้สึกตึงในบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายในเวลาไม่กี่วันครับ ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันในเส้นเลือด เป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างยิ่ง ซึ่งความเสี่ยงนี้จะลดลงอย่างมากเมื่อทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่เข้าใจกายวิภาคและโครงสร้างเส้นเลือดบนใบหน้าเป็นอย่างดีครับ
ถ้าเติมฟิลเลอร์ไปแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ หรือรู้สึกว่า 'เยอะเกินไป' จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?
ข้อดีที่โดดเด่นของการใช้ฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) คือสามารถแก้ไขได้ครับ หากหลังทำไปแล้วคนไข้รู้สึกไม่มั่นใจ หรือรู้สึกว่าหน้าดูเต็มเกินไป ไม่ตรงกับความต้องการ เราสามารถใช้น้ำยาสลายฟิลเลอร์ที่เรียกว่า ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ฉีดเข้าไปเพื่อสลายฟิลเลอร์ตัวนั้นออก โดยไม่ส่งผลเสียต่อเนื้อเยื่อรอบ ๆ ครับ
อีกเรื่องที่หมออยากพูดถึงคือ ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ฉีดใต้ตาแล้วเห็นเป็นลำนูนตอนยิ้ม หมอเข้าใจดีว่าหลายคนเคยเจอปัญหานี้มาก่อน และรู้สึกไม่สบายใจเวลามีคนทัก ปัญหานี้ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยครับ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดแบบที่หมอเรียกว่า "สักแต่ว่าได้ฉีด" คือฉีดให้เต็มโดยไม่ได้วางแผนประเมินโครงสร้างก่อนว่าควรฉีดชั้นไหน ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับหน้าคุณจริง ๆ ผลลัพธ์ที่ดีต้องทำให้คุณดูสดชื่นขึ้น ย้อนวัยขึ้น ไม่ใช่ดูแปลกไปจากตัวเองในทางที่ไม่ดีครับ
ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร?
เพื่อให้ฟิลเลอร์ที่เติมไปเซ็ตตัวได้สวยงาม มิติใบหน้าดูละมุนเนี๊ยบ และอยู่กับเราได้นานที่สุด หมอแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางง่าย ๆ ดังนี้ครับ
- ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ: ในช่วง 2 สัปดาห์แรก แนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 1.5 - 2 ลิตร เพราะสาร HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี การดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูตัวสวยและดูละมุนขึ้นครับ
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง: งดการเข้าซาวน่า ออนเซ็น หรือทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้าในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าปกติ
- งดจับหรือนวดรุนแรง: งดการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่เติมฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งที่วางไว้
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดอาการบวมช้ำเพิ่มขึ้น
ทำฟิลเลอร์ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic
สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ในจังหวัดพิษณุโลก หมออยากให้ de Pry Clinic (เดอไภช์คลินิก) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่คุณไว้วางใจครับ นอกจากคนไข้ในพื้นที่แล้ว หมอยังได้รับความไว้วางใจจากคนไข้ในจังหวัดใกล้เคียงอย่าง สุโขทัย, อุตรดิตถ์, พิจิตร, กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ที่เดินทางมาปรึกษาและปรับรูปหน้ากับหมออย่างต่อเนื่องครับ
หมออยากให้คุณสบายใจว่า ทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินโครงสร้างใบหน้า การพูดคุยวิเคราะห์ปัญหาเพื่อวางแผนร่วมกัน ตลอดจนขั้นตอนการทำหัตถการและการติดตามผลหลังการรักษา หมอเป็นคนดูแลด้วยตัวเองอย่างใส่ใจทุกเคส ไม่มีการทิ้งเคสแน่นอนครับ หมอให้ความสำคัญกับการใช้ยาแท้ที่แกะกล่องใหม่ให้คนไข้ตรวจสอบได้ทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เนี๊ยบ ละมุน และเป็นธรรมชาติที่สุดใกล้บ้านคุณครับ
- ธรรมชาติคือคำตอบ: อย่าเติมจนล้นจนหน้าเปลี่ยนมิติเดิมไปหมด เน้นความละมุนและรับกับใบหน้าเดิม
- ตรวจสอบยาแท้เสมอ: ฟิลเลอร์ทุกกล่องต้องมี QR Code หรือสามารถโทรเช็กกับบริษัทผู้นำเข้าได้จริง
- คุยกับหมอให้ละเอียด: บอกความต้องการและความกังวลของคุณกับหมอตรง ๆ เพื่อให้ออกแบบรูปหน้าร่วมกันได้อย่างแม่นยำ
คำถามที่พบบ่อย
หลังฉีดฟิลเลอร์กี่วันถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง?
เราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องมิติและวอลุ่มบนใบหน้าได้ตั้งแต่วันแรกที่ฉีดเลยครับ แต่ผลลัพธ์ที่นิ่ง ละมุน และดูเนี๊ยบเป็นธรรมชาติที่สุด จะใช้เวลาประมาณ 14 ถึง 30 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวยาผสานเข้ากับเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะสลายหมดไหม?
ฟิลเลอร์แท้ที่เป็นสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ครับ โดยระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อที่ใช้ ซึ่งมีตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 24 เดือน ไม่ใช่สารที่ตกค้างถาวรในร่างกายครับ
หลังทำฟิลเลอร์เสร็จแล้ว หน้าจะแข็งเกร็ง ยิ้มไม่ธรรมชาติไหม?
ถ้าใช้ปริมาณที่พอดีและวางยาในชั้นผิวที่ถูกต้อง จะไม่ทำให้หน้าแข็งเกร็งแน่นอนครับ ฟิลเลอร์จะทำหน้าที่พยุงโครงหน้าและเติมเต็มมิติให้ดูละมุนขึ้น ต่างจากการทำโปรแกรมโบท็อกซ์ที่เน้นการคลายกล้ามเนื้อ ดังนั้นคุณจึงยังสามารถแสดงสีหน้าและยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ
ฟิลเลอร์กับผู้ชายทำได้ไหม ต้องปรับรูปหน้าต่างจากผู้หญิงอย่างไร?
ทำได้แน่นอนครับ และเป็นที่นิยมมากด้วย เพียงแต่การปรับรูปหน้าของผู้ชายจะเน้นโครงสร้างที่คมชัด เช่น แนวกรามที่เด่นชัดหรือคางที่ดูสลับเหลี่ยมคม เพื่อเสริมความแมนและดูสมาร์ท ต่างจากผู้หญิงที่เน้นความโค้งมน ละมุน และความอิ่มฟูครับ
ถ้าเคยทำฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วไม่ถูกใจ สามารถมาแก้ที่ de Pry Clinic ได้ไหม?
ได้ครับ หมอจะประเมินปัญหาก่อน หากเป็นฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA เราสามารถใช้น้ำยาสลายฟิลเลอร์เพื่อปรับแก้หรือฉีดสลายออกทั้งหมดก่อน จากนั้นค่อยวางแผนปรับรูปหน้าใหม่ร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
แหล่งอ้างอิง
นี่คือแหล่งข้อมูลที่หมอใช้เขียนบทความนี้ครับ — คลิกอ่านต้นฉบับได้เลย:
- PubMed — งานวิจัยศึกษาความสมมาตรและความกลมกลืนของใบหน้าข้ามวัฒนธรรม: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- PLOS ONE — งานวิจัยประเมินความเห็นพ้องต้องกันของโครงสร้างใบหน้าที่ดูน่ามองในหลายเชื้อชาติ: journals.plos.org
- PubMed — งานวิจัยวิเคราะห์มิติมุมมองความสวยงามเฉพาะบุคคลและวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกัน: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov



