เดอไภช์คลินิก
filler

Teoxane Filler ราคาเท่าไหร่? แต่ละรุ่นต่างกันยังไง เลือกอย่างไรให้เหมาะ ที่พิษณุโลก 2026

24 มิถุนายน 2569

Teoxane Filler ราคาเท่าไหร่? แต่ละรุ่นต่างกันยังไง เลือกอย่างไรให้เหมาะ ที่พิษณุโลก 2026
สรุปสั้น ๆ ก่อนเริ่ม

Teoxane (เทโอเซน) คือฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) แบรนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้ชื่อ Teosyal ที่มีหลายรุ่น แต่ละรุ่นเกิดมาเพื่อบริเวณและเป้าหมายต่างกัน — RHA series เน้นขยับเป็นธรรมชาติ, Redensity เน้นผิวบาง/ใต้ตา, Kysse เน้นปาก, Ultra Deep เน้นเติมวอลุ่มลึกอย่างคางและโหนก ส่วนราคาคิด "ต่อ CC" และต่างกันตามรุ่น บริเวณ ปริมาณ และแพทย์ผู้ดูแล หมอจะไม่บอกตัวเลขเป๊ะในบทความนี้ เพราะราคาจริงต้องประเมินหน้างาน แต่จะเล่าให้เข้าใจ "ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน" เพื่อให้คุณตัดสินใจอย่างเข้าใจครับ

Teoxane คืออะไร? ทำไมหลายคนถามถึงแบรนด์นี้

เวลาคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์ คำถามแรกๆ ที่หมอได้ยินบ่อยมากคือ "หมอคะ Teoxane ดีไหม ราคาเท่าไหร่ ต่างจากยี่ห้ออื่นยังไง" หมอเข้าใจความสงสัยนี้ดีครับ เพราะพอเสิร์ชดูก็จะเจอชื่อรุ่นเต็มไปหมด RHA บ้าง Redensity บ้าง Kysse บ้าง จนงงว่าตกลงมันคืออะไรกันแน่ และอันไหนเหมาะกับเรา

หมอขอเริ่มจากภาพใหญ่ก่อน Teoxane (อ่านว่า เทโอเซน) เป็นบริษัทผู้ผลิตฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งที่เจนีวาตั้งแต่ปี 2003 ตัวฟิลเลอร์ของเขาขายภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า Teosyal (เทโอเซียล) ฉะนั้นเวลาได้ยินคำว่า "Teoxane filler" กับ "Teosyal" จริงๆ แล้วหมายถึงของค่ายเดียวกันครับ — Teoxane คือชื่อบริษัท Teosyal คือชื่อสินค้า

สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้เป็นที่พูดถึง ไม่ใช่แค่ "มาจากสวิส" แต่เป็นเพราะเขาออกแบบฟิลเลอร์ให้เคลื่อนไหวไปกับสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม RHA ที่ตั้งใจทำมาเพื่อบริเวณที่ขยับบ่อยอย่างรอบปากและร่องแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่ฟิลเลอร์รุ่นเก่าๆ มักดูแข็งเวลาเรายิ้มหรือพูด หมอจะเล่าให้ฟังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น และแต่ละรุ่นเกิดมาเพื่ออะไร แต่ก่อนอื่นขออธิบายพื้นฐานของ "ฟิลเลอร์ HA" ให้เข้าใจตรงกันก่อนครับ

ฟิลเลอร์ HA คืออะไร ทำไมถึงนิยม (และสลายออกได้)

มีข้อสงสัย? หมอ Time ดูแลเฉพาะบุคคล ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส

ปรึกษาผ่าน LINE

ก่อนจะเลือกรุ่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า Teoxane ทุกรุ่นมีหัวใจเดียวกันคือ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งฟังดูเป็นศัพท์หมอ แต่จริงๆ มันคือสารที่มีอยู่ในร่างกายเราเองอยู่แล้ว ตามข้อมูลของ องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) HA เป็นน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ชนิดหนึ่งที่อยู่ในผิวหนังและกระดูกอ่อน มีคุณสมบัติ "อุ้มน้ำ" ได้ดีมาก พอฉีดเข้าไปจึงช่วยเติมเต็มและทำให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น

เพราะมันเป็นสารที่มีอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว ฟิลเลอร์ HA จึงเข้ากับร่างกายได้ดีและค่อยๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ FDA ระบุว่าฟิลเลอร์กลุ่มนี้อยู่ได้ราว 6-12 เดือนโดยทั่วไป (บางรุ่นเนื้อแน่นอยู่ได้นานกว่านั้น) นี่คือเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่ใช่ของถาวร ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นข้อดี เพราะถ้าวันหนึ่งไม่ชอบ ก็ไม่ได้ติดตัวไปตลอด

จุดเด่นที่หมออยากให้รู้

ฟิลเลอร์ HA "สลายออกได้" ด้วยยาชื่อ hyaluronidase ที่ไปย่อยเนื้อเจล HA ฉะนั้นถ้าฉีดแล้วรูปไม่พอใจ ฉีดเยอะไป หรือเกิดปัญหา แพทย์สามารถแก้ไขได้ — ต่างจากฟิลเลอร์ชนิดถาวรหรือกึ่งถาวรที่เอาออกยากมาก ความ "ย้อนกลับได้" นี้คือเหตุผลใหญ่ที่ HA filler เป็นมาตรฐานของวงการฟิลเลอร์ทุกวันนี้ครับ

ทีนี้แม้ทุกรุ่นจะเป็น HA เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละรุ่น "ไม่เหมือนกัน" คือวิธีการเชื่อมโยงโมเลกุล HA เข้าด้วยกัน (เรียกว่า crosslinking) ซึ่งกำหนดว่าเนื้อเจลจะนุ่มหรือแน่น เหมาะกับผิวบางหรือเติมวอลุ่มลึก นี่แหละครับคือที่มาของหลายรุ่นที่เรากำลังจะคุยกันต่อ

Teoxane มีรุ่นอะไรบ้าง? แต่ละรุ่นเกิดมาเพื่ออะไร

ตรงนี้คนสับสนกันเยอะที่สุดครับ เพราะชื่อรุ่นเยอะมาก หมอขอแยกเป็นกลุ่มให้เข้าใจง่ายๆ ว่าแต่ละกลุ่ม "เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร" แล้วคุณจะเห็นภาพเองว่าตัวไหนน่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณอยากแก้

กลุ่ม RHA series (RHA 1-4) — เด่นเรื่องขยับเป็นธรรมชาติ

ถ้าคุณเคยกังวลว่า "ฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าจะแข็งเวลายิ้มไหม" กลุ่มนี้เกิดมาเพื่อตอบคำถามนั้นเลยครับ RHA ย่อมาจาก Resilient Hyaluronic Acid หรือ "กรดไฮยาลูโรนิกที่ยืดหยุ่นคืนตัวได้" ออกแบบมาให้เนื้อเจลขยับไปกับการเคลื่อนไหวของสีหน้า เหมาะกับบริเวณที่ขยับบ่อย อย่างรอบปากและร่องแก้ม

มีงานวิจัยรองรับเรื่องนี้พอสมควรครับ การศึกษาแบบสุ่มเปรียบเทียบที่ตีพิมพ์ใน PubMed (2019) พบว่าฟิลเลอร์กลุ่ม RHA ที่ลดสารเชื่อมโยง (BDDE) ลง ให้ผลดีและปลอดภัยในการแก้ริ้วรอยที่ขยับ (dynamic wrinkles) และอีกการศึกษาเรื่องร่องรอบปากที่ขยับบ่อยใน PubMed (2021) ก็พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ดีขึ้นชัดเจนและผลยังอยู่ที่ราว 52 สัปดาห์ แบ่งคร่าวๆ ได้แบบนี้:

  • RHA 1 — เนื้อบางที่สุด สำหรับริ้วรอยตื้นๆ ผิวบางบริเวณหน้า คอ
  • RHA 2 — สำหรับร่องและริ้วรอยระดับเบาถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้มไม่ลึกมาก
  • RHA 3 — สำหรับร่องลึกขึ้น เช่น ร่องแก้มปานกลางถึงลึก
  • RHA 4 — เนื้อแน่นที่สุดในกลุ่ม สำหรับร่องลึกและการเติมโครงสร้าง

กลุ่ม Redensity — เน้นผิวบางและร่องใต้ตา

คนไข้ที่มาด้วยเรื่อง "ผิวโทรม ผิวบาง" หรือ "ใต้ตาคล้ำเป็นร่อง" มักจะได้ยินชื่อกลุ่มนี้ครับ Redensity แบ่งเป็นสองตัวที่หน้าที่ต่างกันชัดเจน:

  • Redensity I — แนว "สกินบูสเตอร์" เนื้อเหลวกว่า เน้นเติมความฉ่ำ คืนความชุ่มชื้นให้ผิวที่ดูบางและโทรม ไม่ได้เน้นเติมวอลุ่มหรือดันร่อง
  • Redensity II — ออกแบบมาเพื่อร่องใต้ตาโดยเฉพาะ เพราะผิวใต้ตาบางและบอบบางกว่าที่อื่น จึงต้องใช้เนื้อเจลที่เบาและเนียนเป็นพิเศษ ไม่อืดอุ้มน้ำจนบวมเป็นถุง

Kysse — สำหรับปากโดยเฉพาะ

ใครที่อยากเติมปากแต่กลัว "ปากดูปลอม แข็งเวลาพูด" Kysse (อ่านว่า คิส) ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยตรง เน้นให้ปากดูนุ่ม มีวอลุ่มพอดี และขยับเป็นธรรมชาติ เวลายิ้มหรือพูด เพราะปากเป็นอวัยวะที่ขยับตลอดเวลา ฟิลเลอร์ปากที่ดีจึงต้องยืดหยุ่นไปกับการเคลื่อนไหว ไม่ใช่ก้อนแข็งๆ ที่อยู่นิ่ง

Ultra Deep — เติมวอลุ่มลึก คาง โหนก

ส่วนคนที่อยากได้ "โครงหน้าชัดขึ้น" เช่น เติมคางให้ได้สัดส่วน หรือเสริมโหนกแก้มให้ดูมีมิติ กลุ่มนี้คือคำตอบครับ Ultra Deep (ในชื่อเต็มว่า Teosyal Puresense Ultra Deep) เป็นรุ่นเนื้อแน่นที่สุด ออกแบบมาเพื่อเติมวอลุ่มในชั้นลึกและสร้างโครงสร้าง เช่น คาง โหนกแก้ม จึงให้การดันและการพยุงรูปได้ดีกว่ารุ่นผิวบาง

เห็นภาพง่ายๆ

คิดว่าแต่ละรุ่นเหมือน "ดินสอที่ความแข็งต่างกัน" — รุ่นเนื้อบาง (Redensity I, RHA 1) เหมือนดินสอนุ่มไว้ลงรายละเอียดบางๆ ส่วนรุ่นเนื้อแน่น (Ultra Deep, RHA 4) เหมือนดินสอแข็งไว้สร้างโครง การเลือก "ความแข็งของเจล" ให้ตรงกับ "ชั้นผิวและงาน" คือหัวใจของการได้ผลที่เป็นธรรมชาติครับ

ตารางสรุป: รุ่นไหนเหมาะกับบริเวณไหน อยู่ได้นานแค่ไหน

หมอรวบให้เห็นภาพเดียวจบ ว่ารุ่นไหนเกิดมาเพื่อบริเวณไหน เด่นเรื่องอะไร และอยู่ได้ประมาณเท่าไหร่ครับ (ตัวเลขความอยู่ได้เป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับบริเวณและร่างกายแต่ละคน)

รุ่นเหมาะกับบริเวณจุดเด่นอยู่ได้นาน (โดยประมาณ)
RHA 1ริ้วรอยตื้น ผิวบางหน้า/คอเนื้อบาง เนียน ลงรายละเอียด~6-9 เดือน
RHA 2ร่อง/ริ้วรอยเบา-ปานกลางขยับเป็นธรรมชาติ~9-12 เดือน
RHA 3ร่องแก้มปานกลาง-ลึกเติมร่องแต่ยังดูนุ่ม~12-15 เดือน
RHA 4ร่องลึก เติมโครงสร้างเนื้อแน่น พยุงรูปได้ดี~12-18 เดือน
Redensity Iผิวบาง โทรม (แนวสกินบูสเตอร์)เติมความฉ่ำ คืนความชุ่มชื้น~6-9 เดือน
Redensity IIร่องใต้ตาเนื้อเบา เนียน เพื่อผิวใต้ตา~9-12 เดือน
Kysseริมฝีปากนุ่ม ขยับเป็นธรรมชาติ~9-12 เดือน
Ultra Deepคาง โหนกแก้ม วอลุ่มลึกเนื้อแน่นที่สุด สร้างโครง~12-18 เดือน
อ่านตารางอย่างเข้าใจ

ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพรวม แต่ไม่ได้แปลว่าคุณเลือกเองจากตารางได้เลย เพราะหน้าจริงของแต่ละคนต่างกัน บางคนร่องแก้มลึกแต่ผิวบาง บางคนอยากเติมคางแต่โครงเดิมไม่เหมือนกัน การเลือกรุ่นและปริมาณที่พอดีต้องให้แพทย์ดูหน้าจริงและคลำชั้นผิวก่อนเสมอ ตารางนี้มีไว้ให้คุณ "คุยกับหมอได้เข้าใจขึ้น" ไม่ใช่ไว้สั่งยี่ห้อเองครับ

ราคา Teoxane คิดจากอะไร? ทำไมแต่ละคนไม่เท่ากัน

มาถึงคำถามที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดครับ — "ตกลง Teoxane ราคาเท่าไหร่" หมอขอพูดตรงๆ อย่างซื่อสัตย์ว่า หมอจะไม่โพสต์ตัวเลขราคาเป๊ะๆ ในบทความนี้ ไม่ใช่เพราะปิดบัง แต่เพราะการบอกราคาตายตัวโดยไม่เห็นหน้าคุณจริงๆ มันไม่ตรงและอาจทำให้เข้าใจผิด เหมือนถามว่า "ตัดสูทราคาเท่าไหร่" โดยที่ช่างยังไม่ได้วัดตัว

สิ่งที่หมอทำได้และมีประโยชน์กว่า คือเล่าให้คุณเข้าใจว่า "ราคาคิดจากอะไรบ้าง" เพื่อที่เวลาไปปรึกษาที่ไหน คุณจะรู้ว่ากำลังจ่ายค่าอะไร และเทียบได้อย่างเข้าใจ ฟิลเลอร์ Teoxane โดยทั่วไปคิดราคา "ต่อ CC" (ต่อหลอด/ต่อปริมาณ) และมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้

ราคาคิดตามอะไรบ้าง?

  • รุ่นที่ใช้ — แต่ละรุ่นเนื้อเจลและการใช้งานต่างกัน รุ่นเติมวอลุ่มลึกอย่าง Ultra Deep หรือ RHA 4 มักต่างจากรุ่นผิวบางอย่าง Redensity I
  • บริเวณที่ทำ — ใต้ตา ปาก คาง ร่องแก้ม แต่ละจุดต้องใช้เทคนิคและความระมัดระวังต่างกัน บางจุด (เช่น ใต้ตา) ละเอียดอ่อนกว่า
  • ปริมาณ (CC) ที่ต้องใช้ — คนที่ร่องลึกหรือต้องเติมโครงมาก ย่อมใช้ CC มากกว่าคนที่แค่เติมเล็กน้อย
  • แพทย์ผู้ฉีด — ประสบการณ์และความเข้าใจกายวิภาคของแพทย์มีผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย ซึ่งสะท้อนในราคา
  • มาตรฐานคลินิก — คลินิกที่ใช้ของแท้ตรวจสอบได้ มีระบบดูแลและรับมือเหตุฉุกเฉิน ย่อมมีต้นทุนที่ต่างจากที่เน้นถูกอย่างเดียว

ทำไมที่ "ถูกผิดปกติ" ถึงน่าระวัง?

หมอเจอคนไข้มาเล่าบ่อยว่า "เห็นที่นู่นถูกกว่าครึ่งเลยค่ะ" หมอเข้าใจว่าใครๆ ก็อยากประหยัด แต่อยากให้คิดแบบนี้ครับ — ฟิลเลอร์ Teoxane ของแท้มีต้นทุนที่ค่อนข้างแน่นอน ถ้าที่ไหนถูกผิดปกติมากๆ มักมีคำอธิบายอยู่เบื้องหลัง เช่น เป็นของไม่แท้/ไม่ได้ขึ้นทะเบียน, แบ่งหลอดฉีดหลายคน, หรือคนฉีดไม่ใช่แพทย์ ซึ่งทั้งหมดนี้แลกมาด้วยความเสี่ยงที่คุณอาจมองไม่เห็นตอนจ่ายเงิน แต่จะเห็นตอนเกิดปัญหา

หมออยากให้คุณสบายใจ

การถามราคาไม่ใช่เรื่องน่าอาย และคลินิกที่ดีควรบอกคุณได้ว่าใช้รุ่นไหน กี่ CC ราคาต่อหน่วยเท่าไหร่ ก่อนตัดสินใจ ที่ de Pry หมอประเมินหน้าจริงให้ก่อน แล้วเสนอราคาที่ตรงกับสิ่งที่คุณอยากได้ ไม่มีการยัดเยียดให้ฉีดเยอะเกินจำเป็น ปรึกษาก่อนได้เสมอครับ ไม่ต้องเกรงใจ

เลือกรุ่นให้เหมาะกับเป้าหมายยังไง (ใต้ตา ปาก คาง โหนก)

เวลาคนไข้ถามว่า "หนูควรฉีดรุ่นไหนดีคะ" หมอจะไม่ตอบจากชื่อรุ่นก่อน แต่จะถามกลับว่า "คุณอยากแก้อะไร อยากให้ดูเป็นยังไง" เพราะการเลือกรุ่นที่ถูกต้องเริ่มจากเป้าหมาย ไม่ใช่จากยี่ห้อที่เพื่อนแนะนำมา ขอยกตัวอย่างที่เจอบ่อยให้เห็นภาพครับ

  • อยากแก้ร่องใต้ตา / ใต้ตาคล้ำเป็นร่อง — ผิวใต้ตาบางและบอบบางมาก มักเลือกรุ่นเนื้อเบาเนียนอย่าง Redensity II ที่ออกแบบมาเพื่อจุดนี้โดยตรง ฉีดผิดรุ่นบริเวณนี้เสี่ยงบวมอืดหรือเป็นถุงได้
  • อยากเติมปากให้ดูอวบอิ่มแต่เป็นธรรมชาติ — ปากขยับตลอดเวลา จึงเหมาะกับรุ่นที่ยืดหยุ่นอย่าง Kysse เพื่อให้นุ่มและขยับสวยเวลายิ้มพูด
  • อยากให้คางได้สัดส่วน / โหนกแก้มมีมิติ — ต้องการการสร้างโครงและพยุงรูป จึงเหมาะกับรุ่นเนื้อแน่นอย่าง Ultra Deep หรือ RHA 4
  • อยากแก้ร่องแก้มที่ขยับเวลายิ้ม — เหมาะกับกลุ่ม RHA 2-3 ที่เด่นเรื่องขยับเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งเวลายิ้ม
  • ผิวโทรม บาง อยากให้ฉ่ำขึ้น (ยังไม่ได้อยากเติมวอลุ่ม) — เหมาะกับแนวสกินบูสเตอร์อย่าง Redensity I

เห็นไหมครับว่าจุดเดียวกันคนละคนอาจใช้คนละรุ่น เพราะโครงหน้าและชั้นผิวไม่เหมือนกัน นี่คือเหตุผลที่หมอย้ำเสมอว่า "อย่าเพิ่งล็อกยี่ห้อในใจก่อนเจอแพทย์" — มาคุยกับหมอ ให้หมอดูหน้าจริงก่อน แล้วเราเลือกด้วยกันว่ารุ่นไหนพาคุณไปถึงเป้าหมายได้ดีที่สุด

อยู่ได้นานแค่ไหน? และทำไมแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน

"ฉีดแล้วอยู่ได้นานไหมคะ คุ้มกับราคาหรือเปล่า" เป็นคำถามที่ดีและหมออยากให้ทุกคนถามครับ คำตอบสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ HA โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 6-18 เดือน แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้ตายตัว เพราะขึ้นกับหลายอย่าง

6-18เดือน (ช่วงโดยทั่วไป)
1-2สัปดาห์ กว่าผลจะนิ่ง
HAสลายออกได้ด้วยยา

ทำไมแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน? หลักๆ มาจากสามเรื่องนี้ครับ

  • เนื้อเจลแน่นแค่ไหน — รุ่นเนื้อแน่นที่เชื่อมโยงโมเลกุลมากกว่า (เช่น Ultra Deep, RHA 4) มักสลายช้ากว่ารุ่นเนื้อบาง (เช่น Redensity I) จึงอยู่ได้นานกว่า
  • บริเวณที่ฉีดขยับมากแค่ไหน — จุดที่ขยับเยอะอย่างปากมักสลายเร็วกว่าจุดที่ขยับน้อยอย่างคาง เพราะการเคลื่อนไหวเร่งการสลายตัวของเจล
  • ร่างกายแต่ละคน — การเผาผลาญของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนสลายเร็ว บางคนสลายช้า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล
จำ 3 ข้อนี้พอ เรื่องความอยู่ได้
  • เนื้อแน่น = อยู่นานกว่าเนื้อบาง
  • จุดขยับเยอะ (ปาก) = สลายเร็วกว่าจุดนิ่ง (คาง)
  • ตัวเลขเป๊ะๆ บอกล่วงหน้าไม่ได้ ต้องประเมินเป็นรายคน

ความปลอดภัยที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

หมอเชื่อว่าหลายคนแอบกังวลอยู่ลึกๆ ว่า "ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม" — หมอขอตอบตามจริงแบบไม่ขู่และไม่กลบเกลื่อนครับ ฟิลเลอร์ HA เป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ แต่ "ค่อนข้างปลอดภัย" ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีความเสี่ยงเลย" การรู้ไว้ล่วงหน้าคือการป้องกันที่ดีที่สุด

อาการที่พบบ่อย (มักหายเองใน 1-2 สัปดาห์)

อ้างอิงจากข้อมูลความปลอดภัยของฟิลเลอร์ HA ที่ FDA รวบรวมไว้ อาการที่พบบ่อยส่วนใหญ่เป็นเรื่องชั่วคราว เช่น

  • บวม แดง ช้ำ บริเวณที่ฉีด
  • เจ็บหรือกดเจ็บเล็กน้อยช่วงแรก
  • เป็นก้อนเล็กๆ คลำได้ ซึ่งมักยุบเองหรือปรับได้

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง (พบไม่บ่อย แต่สำคัญ)

สิ่งที่หมอให้ความสำคัญที่สุดคือภาวะที่เรียกว่า เจลเข้าหลอดเลือด (vascular occlusion) ซึ่งพบไม่บ่อยแต่รุนแรง ถ้าเจลไปอุดหลอดเลือดอาจทำให้ผิวบริเวณนั้นขาดเลือดจนตาย (necrosis) หรือในกรณีที่หายากมากๆ อาจกระทบการมองเห็นได้ นี่คือเหตุผลที่ใครเป็นคนฉีดสำคัญมาก — แพทย์ที่รู้กายวิภาคของหลอดเลือดบนใบหน้าจะหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง และถ้าเกิดเหตุก็มี hyaluronidase พร้อมสลายเพื่อแก้ไขทันท่วงที

ทำไม "ใครฉีด" ถึงสำคัญกว่า "ฉีดที่ไหนถูก"

ความเสี่ยงรุนแรงของฟิลเลอร์เกือบทั้งหมดป้องกันและแก้ไขได้ ถ้าคนฉีดเป็นแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคและมีตัวสลายพร้อม ในทางกลับกัน ถ้าคนฉีดไม่ใช่แพทย์ ใช้ของไม่แท้ หรือไม่มีอะไรรับมือเวลาเกิดเหตุ ความเสี่ยงเดียวกันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ไม่ทัน หมอจึงอยากให้คุณเลือกที่ "ปลอดภัย" มากกว่า "ถูกที่สุด" ครับ

ใครเหมาะ ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ก่อนตัดสินใจ หมออยากให้คุณรู้ว่าฟิลเลอร์ไม่ได้เหมาะกับทุกคนในทุกสถานการณ์ และบางคนควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพื่อให้กลัว แต่เพื่อให้ปลอดภัยครับ

เหมาะกับ

  • คนที่มีร่อง/ริ้วรอย หรืออยากเติมวอลุ่มบางจุดให้ดูสดใสขึ้น
  • คนที่อยากแก้ใต้ตา ปาก คาง โหนก แบบเป็นธรรมชาติ
  • คนที่อยากได้ผลแบบ "ย้อนกลับได้" (สลายออกได้ถ้าไม่พอใจ)
  • คนที่พร้อมให้แพทย์ประเมินและเลือกรุ่นที่พอดี ไม่ฉีดตามกระแส

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • คนที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด
  • คนที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • คนที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาที่กระทบการแข็งตัวของเลือด
  • คนที่คาดหวังผลเกินจริง หรืออยากเปลี่ยนหน้าทั้งหน้า

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่ควรปรึกษาก่อน ก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้เสมอไปนะครับ แค่ต้องให้แพทย์ประเมินอย่างละเอียดและชั่งน้ำหนักให้ดีก่อน หน้าที่ของหมอคือบอกคุณตามจริง ทั้งสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่ควรระวัง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างสบายใจ

ปรึกษาฟิลเลอร์ Teoxane ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic

ถ้าคุณอยู่พิษณุโลกหรือจังหวัดใกล้เคียง แล้วกำลังคิดเรื่องฟิลเลอร์ Teoxane อยากให้ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์จริงๆ de Pry Clinic (เดอไภช์คลินิก) ยินดีดูแลคุณครับ คนไข้หลายคนเดินทางมาจากพิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ เพราะอยากได้การดูแลที่ตั้งใจและพูดคุยกันได้จริง ใกล้บ้านกว่าต้องเข้ากรุงเทพ

ที่นี่หมอ Time ประเมินและดูแลทุกเคสด้วยตัวเอง เริ่มจากฟังว่าคุณอยากแก้อะไรจริงๆ ดูโครงหน้าและชั้นผิว แล้วเลือกรุ่นกับปริมาณที่พอดี ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ และมีตัวสลายพร้อมรับมือถ้ามีเหตุฉุกเฉิน หมอมองว่าการเติมเต็มที่ดีคือการทำให้คุณดูเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนหน้าให้เป็นคนอื่น

อยากปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์แบบไม่ต้องกลัวว่าจะโดนยัดเยียด ทักมาคุยกับหมอ Time ได้เลยครับ ปรึกษาก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วเราค่อยตัดสินใจไปด้วยกันว่าอะไรเหมาะกับคุณที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Teoxane Filler ราคาเท่าไหร่? ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน?

Teoxane เป็นฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) จากสวิตเซอร์แลนด์ ราคาคิดเป็น "ต่อ CC" และต่างกันตามรุ่น เพราะแต่ละรุ่นเนื้อเจลและการใช้งานไม่เหมือนกัน รุ่นที่ออกแบบมาเติมวอลุ่มลึกอย่าง Ultra Deep มักต่างจากรุ่นผิวบางอย่าง Redensity ราคาจริงยังขึ้นกับบริเวณที่ทำ ปริมาณ CC ที่ต้องใช้ แพทย์ผู้ฉีด และมาตรฐานคลินิก หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินหน้างานก่อน แล้วจะได้ราคาที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ ครับ

Teoxane มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันยังไง?

กลุ่มหลักที่เจอบ่อยคือ RHA series (RHA 1-4) เด่นเรื่องเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติตามสีหน้า เหมาะกับร่องและริ้วรอยที่ขยับบ่อย, Redensity I เป็นแนวสกินบูสเตอร์เติมความฉ่ำผิวบาง, Redensity II ออกแบบมาเพื่อร่องใต้ตาโดยเฉพาะ, Kysse สำหรับปากให้นุ่มเป็นธรรมชาติ และ Ultra Deep สำหรับเติมวอลุ่มลึกอย่างคางและโหนกแก้ม การเลือกรุ่นต้องดูที่เป้าหมายและชั้นผิวบริเวณนั้น ไม่ใช่เลือกตามชื่อที่ได้ยินมา

Teoxane อยู่ได้นานแค่ไหน?

ขึ้นกับรุ่นและบริเวณที่ฉีด โดยทั่วไปฟิลเลอร์ HA อยู่ได้ราว 6-18 เดือน รุ่นเนื้อแน่นที่เติมวอลุ่มลึกอย่าง Ultra Deep หรือ RHA 4 มักอยู่ได้นานกว่ารุ่นผิวบางอย่าง Redensity I บริเวณที่ขยับเยอะอย่างปากมักสลายเร็วกว่าบริเวณที่ขยับน้อย ปัจจัยส่วนตัวอย่างการเผาผลาญของแต่ละคนก็มีผล จึงบอกตัวเลขเป๊ะๆ ล่วงหน้าไม่ได้ ต้องประเมินเป็นรายคน

ฟิลเลอร์ Teoxane เห็นผลเร็วไหม?

ฟิลเลอร์ HA เป็นการเติมเนื้อเจลเข้าไปในชั้นผิว จึงเห็นวอลุ่มเปลี่ยนได้ตั้งแต่วันที่ฉีด เห็นผลใน 3 วินาทีหลังเติมในบางบริเวณ แต่ผลที่นิ่งจริงต้องรอให้อาการบวมช้ำยุบก่อน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หมอจึงมักนัดดูผลและปรับแต่งหลังบวมยุบ เพื่อให้ได้รูปที่พอดีและเป็นธรรมชาติที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์ Teoxane อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ฟิลเลอร์ HA เป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือบวม แดง ช้ำ เล็กน้อยช่วงแรกซึ่งหายเองได้ ส่วนที่ต้องระวังคือการที่เจลเข้าหลอดเลือด (vascular occlusion) ซึ่งพบไม่บ่อยแต่รุนแรง อาจทำให้ผิวตายหรือกระทบการมองเห็น ความเสี่ยงนี้ลดลงมากเมื่อฉีดโดยแพทย์ที่รู้กายวิภาคและมีตัวสลาย (hyaluronidase) พร้อมรับมือ การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ดูแลจริงจึงสำคัญกว่าการเลือกที่ถูกที่สุด

ฟิลเลอร์ Teoxane ถ้าไม่พอใจ สลายออกได้ไหม?

ได้ครับ ข้อดีของฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกคือสลายออกได้ด้วยยาชื่อ hyaluronidase ที่ไปย่อยเนื้อเจล HA จึงแก้ไขได้ถ้ารูปไม่พอใจ ฉีดเยอะไป หรือเกิดปัญหา ต่างจากฟิลเลอร์ชนิดถาวรที่เอาออกยากมาก นี่เป็นอีกเหตุผลที่ HA filler เป็นที่นิยม แต่การสลายก็ต้องทำโดยแพทย์เช่นกัน ไม่ใช่สิ่งที่ทำเองได้

เลือกฟิลเลอร์ Teoxane รุ่นไหนดี ระหว่างทำใต้ตา ปาก กับคาง?

เลือกตามชั้นผิวและเป้าหมายครับ ใต้ตาที่ผิวบางบอบบางมักใช้ Redensity II ที่ออกแบบมาเพื่อร่องใต้ตาโดยเฉพาะ ปากที่ต้องการความนุ่มขยับเป็นธรรมชาติเหมาะกับ Kysse ส่วนคางหรือโหนกที่ต้องการโครงสร้างและการเติมวอลุ่มลึกเหมาะกับ Ultra Deep หรือ RHA 4 การเลือกผิดรุ่นกับบริเวณทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติหรืออยู่ไม่ทน จึงควรให้แพทย์ประเมินหน้าจริงก่อนตัดสินใจ

ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก ฉีดฟิลเลอร์ Teoxane ดูแลยังไง?

หมอ Time ดูแลทุกเคสด้วยตัวเอง เริ่มจากพูดคุยถึงสิ่งที่คุณอยากแก้จริงๆ ประเมินโครงหน้าและชั้นผิว เลือกรุ่นและปริมาณที่พอดี ไม่ยัดเยียดให้ฉีดเยอะเกินจำเป็น ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ และมีตัวสลายพร้อมรับมือกรณีฉุกเฉิน หลังฉีดมีการนัดติดตามผล เพราะหมอมองว่าการเติมเต็มที่ดีคือการทำให้คุณดูเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสขึ้น ไม่ใช่เปลี่ยนหน้า

แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ

หมออยากให้คุณตรวจสอบข้อมูลที่หมอใช้เขียนบทความนี้เองได้นะครับ — คลิกอ่านต้นฉบับได้เลย:

  • U.S. FDA — Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers) — อธิบายว่าฟิลเลอร์ HA คืออะไร มาจากไหน อยู่ได้นานแค่ไหน และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: fda.gov
  • U.S. FDA — FDA-Approved Dermal Fillers — รายการฟิลเลอร์ที่ผ่านการอนุมัติและข้อมูลอาการข้างเคียงที่พบบ่อย: fda.gov
  • PubMed (2019) — การศึกษาแบบสุ่มเปรียบเทียบ พบว่าฟิลเลอร์ RHA (ลดสารเชื่อมโยง BDDE) ปลอดภัยและได้ผลกับริ้วรอยที่ขยับ: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed (2021) — การศึกษาฟิลเลอร์ RHA กับริ้วรอยรอบปากที่ขยับ ผลอยู่ได้ราว 52 สัปดาห์: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed (2020) — การศึกษา 64 สัปดาห์เรื่องฟิลเลอร์ RHA กับร่องแก้ม (nasolabial folds) ด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด (Vascular Occlusion) คืออะไร? สัญญาณอันตราย 4 ระยะ และการรับมือ ที่พิษณุโลก 2026ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด (Vascular Occlusion) คืออะไร? สัญญาณอันตราย 4 ระยะ และการรับมือ ที่พิษณุโลก 2026

ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด (vascular occlusion) คืออะไร อันตรายแค่ไหน? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก อธิบายลำดับสัญญาณเตือน 4 ระยะที่ต้องสังเกต ตั้งแต่ผิวซีดจนถึงเนื้อตาย ต้องทำยังไงถ้าสงสัย และทำไมคลินิกที่พร้อม hyaluronidase ถึงสำคัญ

16 มิ.ย. 2569อ่านต่อ
จุดเสี่ยงฟิลเลอร์บนใบหน้า (Danger Zones) อยู่ตรงไหน? ทำไมกายวิภาคและเข็มทู่ถึงทำให้ฉีดปลอดภัย ที่พิษณุโลก 2026ฟิลเลอร์

จุดเสี่ยงฟิลเลอร์บนใบหน้า (Danger Zones) อยู่ตรงไหน? ทำไมกายวิภาคและเข็มทู่ถึงทำให้ฉีดปลอดภัย ที่พิษณุโลก 2026

ทำไมฉีดฟิลเลอร์บางจุดถึงเสี่ยงกว่าจุดอื่น? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก เล่าเรื่องจุดเสี่ยง (danger zones) บนใบหน้า เส้นเลือดสำคัญที่ต้องหลบ ความลึกที่ต้องรู้ และทำไมเข็มปลายทู่ (cannula) กับความเข้าใจกายวิภาคถึงช่วยลดความเสี่ยงได้จริง

16 มิ.ย. 2569อ่านต่อ
Elravie Deep ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน? เติมคาง ขมับ ร่องลึก ที่พิษณุโลก 2026ฟิลเลอร์

Elravie Deep ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน? เติมคาง ขมับ ร่องลึก ที่พิษณุโลก 2026

อยากปรับรูปหน้าให้มีโครง คางสวย ขมับเต็ม ร่องลึกตื้นขึ้น แบบดูธรรมชาติและอยู่นาน? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก เล่าเรื่องฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าด้วย Elravie Deep (เนื้อ Monophasic คงตัวสูง) ฉีดตรงไหนได้บ้าง อยู่นานแค่ไหน ปลอดภัยไหม ก่อนตัดสินใจ

15 มิ.ย. 2569อ่านต่อ
ดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์ — เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ผู้ดูแล

คุณหมอ Timeดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ ม.สงขลานครินทร์ปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษวุฒิบัตรเวชศาสตร์ความงาม สหรัฐฯ (AAAM)ABAARM, USA
  • หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ
  • ยาแท้ ตรวจสอบได้
  • ผลธรรมชาติ ไม่โป๊ะ
  • ดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ยัดเยียดคอร์ส
@depryclinic

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก · หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ

ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส คุยกับหมอ Time ได้ตรงไปตรงมา

ปรึกษาผ่าน LINE