เดอไภช์คลินิก
general

ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) คืออะไร? เทียบดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัด ราคาเท่าไร ที่พิษณุโลก 2026

เวลาคนไข้มานั่งตรงหน้าหมอแล้วเอามือดันแก้มตัวเองขึ้นในกระจก หมอรู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไร — "ถ้าหน้ามันกลับมายกแบบนี้ได้ตลอดก็ดีสิ" หลายคนพอเริ่มเห็นแก้มห้อย กรามหายไป ร่องข้างปากลึกลง ก็เริ่มไปหาข้อมูลเรื่องผ่าตัดดึงหน้า แล้วก็กลัว — กลัวเจ็บ กลัวหน้าเปลี่ยน กลัวพักฟื้นนาน หมอ Time จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังตรงๆ ทั้งสองด้าน ทั้งการผ่าตัด และทางเลือกที่ไม่ต้องผ่า เพื่อให้คุณรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ควรไปทางไหนจริงๆ ครับ

สรุปสำหรับคนไม่มีเวลาอ่านทั้งหมด

ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ยกกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนได้ชัดและอยู่นานที่สุด (7-15 ปีในแบบ SMAS/deep plane) แต่เจ็บ พักฟื้น 2-3 สัปดาห์ และมีความเสี่ยง เหมาะกับคนหย่อนปานกลางถึงมาก ส่วนคนหย่อนน้อย-ปานกลาง วิธีไม่ผ่าตัดอย่างร้อยไหม HIFU ฟิลเลอร์ มักได้ผลดีพอ เจ็บน้อย แทบไม่ต้องพักฟื้น สำคัญที่สุดคือต้องประเมินก่อนว่าคุณอยู่ระดับไหน

ศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร

ก่อนจะลงรายละเอียด หมออยากให้เข้าใจปัญหาที่ทำให้หน้าหย่อนก่อน เพราะพอเข้าใจแล้วจะเลือกวิธีแก้ได้ตรงจุด ตอนเราอายุมากขึ้น ผิวสูญเสียคอลลาเจน ไขมันใต้ผิวเลื่อนลงและลดลง เส้นเอ็นที่ยึดเนื้อเยื่อไว้หย่อนยาน แรงโน้มถ่วงก็ค่อยๆ ดึงทุกอย่างลงล่าง ผลคือแก้มที่เคยอวบเด้งห้อยลงมาเป็นเหนียง กรามที่เคยคมหายไป และร่องข้างจมูกถึงปากลึกขึ้น

ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Rhytidectomy) คือการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณรอบหูและไรผม ดึงผิวหนังและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว (โดยเฉพาะชั้นที่เรียกว่า SMAS) ให้กลับขึ้นไปอยู่ตำแหน่งเดิม ยึดให้แน่น ตัดผิวส่วนเกินออก แล้วเย็บปิด พูดง่ายๆ คือไม่ใช่แค่ "ดึงผิวให้ตึง" แต่เป็นการจัดวางโครงสร้างใต้ผิวใหม่ จึงให้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่นาน นี่คือเหตุผลว่าทำไมการผ่าตัดยังเป็นวิธีที่ให้ผลชัดที่สุดในบรรดาการแก้หน้าหย่อนทั้งหมด

เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้ามีกี่แบบ

มีข้อสงสัย? หมอ Time ดูแลเฉพาะบุคคล ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส

ปรึกษาผ่าน LINE

คำถามที่หมอเจอบ่อยคือ "ดึงหน้ามันก็คือดึงหน้า ทำไมต้องมีหลายแบบ" คำตอบคือ ยิ่งดึงลึกผลยิ่งอยู่นานและแก้ได้มากขึ้น แต่ก็ซับซ้อนและพักฟื้นนานขึ้นด้วย หลักๆ มี 3 แบบที่ควรรู้จัก

Mini facelift — สำหรับคนเริ่มหย่อน

เป็นการดึงเฉพาะส่วนล่างของใบหน้า เน้นกระชับผิวและชั้น SMAS แบบจำกัด แผลเล็กกว่า พักฟื้นสั้นกว่า เหมาะกับคนอายุปลาย 30 ถึง 40 ต้นๆ ที่เริ่มมีเหนียงเล็กน้อยหรือเส้นกรามเริ่มไม่คม ผลอยู่ได้ราว 2-5 ปี ข้อจำกัดคือแก้ปัญหากลางหน้าและคอได้น้อย

SMAS facelift — แบบมาตรฐานที่ทำกันมากที่สุด

เป็นการดึงและยึดชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวที่รองรับโครงหน้า เป็นเทคนิคที่ทำกันแพร่หลายและให้ผลสมดุลระหว่างความชัดกับความปลอดภัย เหมาะกับคนอายุ 40-50 ปีที่หย่อนระดับปานกลาง ผลอยู่ได้ราว 7-10 ปี

Deep plane facelift — สำหรับเคสหย่อนมาก

เป็นการเข้าไปทำงานในชั้นที่ลึกกว่า SMAS คลายเส้นเอ็นที่ยึดเนื้อเยื่อ แล้วเลื่อนเนื้อเยื่อทั้งก้อนกลับขึ้นไปเป็นหน่วยเดียว ทำให้แก้ปัญหากลางหน้า ร่องลึก และคอหย่อนได้ดีที่สุด เหมาะกับคนอายุปลาย 40 ถึง 70 ที่หย่อนชัด ผลอยู่ได้นานที่สุดราว 10-15 ปี แต่เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

ดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัดทำได้ไหม

นี่คือคำถามที่หมอ Time อยากให้คนไข้ถามมากที่สุดก่อนตัดสินใจผ่า — "หน้าหย่อนแบบหมอ จำเป็นต้องผ่าจริงไหม หรือมีทางอื่น" เพราะคำตอบมักจะ "มีทางอื่น" สำหรับคนจำนวนมาก ที่ de Pry Clinic เราเน้นทางเลือกไม่ผ่าตัดเป็นหลัก คือร้อยไหม HIFU และฟิลเลอร์ ซึ่งในเคสที่หย่อนไม่มาก ให้ผลดีพอโดยไม่ต้องเจ็บตัวและพักฟื้นยาว หมอเทียบให้เห็นชัดๆ ในตารางนี้

หัวข้อ ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ร้อยไหม (Thread Lift) HIFU / ฟิลเลอร์
หลักการ ผ่าตัดดึงและยึดเนื้อเยื่อใหม่ ใส่ไหมดึงยกเนื้อเยื่อทางกายภาพ HIFU กระตุ้นคอลลาเจนด้วยคลื่นเสียง / ฟิลเลอร์เติมส่วนยุบ
ความเจ็บ ต้องดมยา/ฉีดยาชา ผ่าตัดจริง เจ็บปานกลาง มีเข็มเล็ก ฉีดยาชาก่อน เจ็บน้อย รู้สึกอุ่น/เสียวซ่า
พักฟื้น 2-3 สัปดาห์ ตัดไหม 7-14 วัน 1-3 วัน อาจบวมช้ำเล็กน้อย แทบไม่ต้องพักฟื้น กลับไปทำงานได้ทันที
ผลอยู่ได้นาน 7-15 ปี (ตามเทคนิค) 1-3 ปี HIFU 1-2 ปี / ฟิลเลอร์ ตามชนิด
ระดับการยก มากและชัดที่สุด ปานกลาง เห็นผลเร็ว เบา-ปานกลาง ค่อยเป็นค่อยไป
เหมาะกับใคร หย่อนปานกลาง-มาก ต้องการผลอยู่นาน หย่อนเบา-ปานกลาง อยากเห็นผลเร็ว เริ่มหย่อน อยากดูแลก่อน ไม่อยากพักฟื้น
เข้าใจง่ายๆ

ลองนึกภาพม่านที่หย่อน ถ้าหย่อนนิดหน่อย แค่ดึงรั้งหรือเสริมตะขอ (ร้อยไหม/HIFU/ฟิลเลอร์) ก็เรียบสวยได้ แต่ถ้าม่านยานมากจนผ้าเกินเยอะ การรื้อมาตัดและจับจีบใหม่ (ผ่าตัด) จะเรียบร้อยกว่า สิ่งสำคัญคือดูว่า "ม่านของคุณ" หย่อนระดับไหน

ใครเหมาะกับการผ่าตัดจริงๆ ใครยังไม่จำเป็นต้องผ่า

หมอเข้าใจว่าหลายคนกังวลว่า "ฉันถึงเวลาต้องผ่าหรือยัง" ความจริงคือไม่ใช่ทุกคนที่หน้าเริ่มหย่อนต้องผ่าตัด หมอแยกให้ดูชัดๆ ว่าเคสแบบไหนผ่าตัดคุ้ม เคสแบบไหนวิธีไม่ผ่าตัดก็พอ

ลักษณะเคส คำแนะนำ เหตุผล
อายุ 40+ หย่อนปานกลาง-มาก มีเหนียง ร่องลึกชัด คอหย่อน ✅ ผ่าตัดเหมาะที่สุด วิธีไม่ผ่าตัดยกไม่ไหวในระดับนี้ ผ่าตัดให้ผลชัดและคุ้มกว่าระยะยาว
อายุ 35-45 เริ่มหย่อน เหนียงเล็กน้อย ผิวยังยืดหยุ่นดี ⚖️ ไม่ผ่าตัดก่อนได้ ร้อยไหม/HIFU มักได้ผลดีพอ ยังไม่จำเป็นต้องผ่า
เพิ่งเริ่มเห็นริ้วรอย โครงหน้ายังดี อยากดูแลก่อน ✅ ไม่ผ่าตัด HIFU/ฟิลเลอร์ ดูแลและชะลอได้ ไม่มีเหตุต้องเจ็บตัว
สูบบุหรี่ / กินยาละลายลิ่มเลือด / สุขภาพไม่พร้อม ⚠️ ต้องประเมินก่อน เพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้าและภาวะแทรกซ้อน อาจเลื่อนหรือเลือกวิธีอื่น
คาดหวังว่าจะกลับไปอายุ 20 / อยากหน้าเปลี่ยนไปเลย ⚠️ คุยให้ตรงกันก่อน ความคาดหวังต้องสมจริง ไม่งั้นต่อให้ผ่าสำเร็จก็ยังไม่พอใจ

โดยทั่วไปคนที่เหมาะกับการผ่าตัดมักอายุ 40 ปีขึ้นไป มีปัญหาหย่อนระดับปานกลางถึงมาก สุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ และมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล ส่วนคนที่หย่อนน้อย หมอมักแนะนำให้ลองวิธีไม่ผ่าตัดก่อนเสมอ

ผลลัพธ์และอยู่ได้นานแค่ไหน

คำถามที่ตามมาทันทีหลังคนไข้รู้ว่าตัวเองเหมาะผ่าคือ "ผ่าแล้วอยู่ได้กี่ปี คุ้มกับที่เจ็บไหม" หมอตอบตามข้อมูลจริง ไม่ขายฝัน

ผลอยู่ได้นานแค่ไหนตามแต่ละเทคนิค

เทคนิค ผลอยู่ได้โดยประมาณ
Mini facelift 2-5 ปี
SMAS facelift 7-10 ปี
Deep plane facelift 10-15 ปี (อยู่นานที่สุด)

กว่าจะเห็นผลเต็มที่ใช้เวลาเท่าไร

หลายคนเข้าใจว่าผ่าเสร็จแล้วเห็นผลทันที จริงๆ ช่วงแรกจะบวมช้ำและหน้าตึงผิดธรรมชาติ บวมค่อยๆ ยุบในไม่กี่สัปดาห์ และ ผลลัพธ์สุดท้ายจะเห็นเต็มที่ราว 6 เดือน เมื่อแผลเข้าที่และเนื้อเยื่อปรับตัวเรียบร้อย อีกเรื่องที่หมออยากให้เข้าใจคือ การผ่าตัดเหมือนหมุนเข็มนาฬิกากลับไปหลายปี แต่ไม่ได้หยุดเวลา ใบหน้ายังแก่ตามธรรมชาติต่อไป เพียงแต่เริ่มจากจุดที่ดูอ่อนกว่าเดิม

7-15 ปี ผลอยู่ได้ (SMAS/deep plane)
6 เดือน เห็นผลเต็มที่
2-3 สัปดาห์ พักฟื้น

ความเสี่ยงและการพักฟื้น

หมอเข้าใจดีว่าคำว่า "ผ่าตัด" ทำให้หลายคนใจหายแค่ได้ยิน ความกลัวเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้คุณตัดสินใจอย่างรอบคอบ หมอจะเล่าความเสี่ยงตรงๆ แต่อยากให้ฟังจนจบ เพราะมันจัดการได้

ความเสี่ยงที่พบได้ในการผ่าตัดดึงหน้า เช่น บวมช้ำ (พบได้เกือบทุกเคสและจะยุบเอง) เลือดคั่งใต้ผิว แผลเป็นบริเวณรอบหู อาการชาชั่วคราว และในเคสที่พบน้อยมากอาจกระทบเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อหน้า ส่วนการพักฟื้น โดยทั่วไปต้องลางาน 2-3 สัปดาห์ ตัดไหมราว 7-14 วัน และค่อยๆ กลับไปทำกิจกรรมปกติ

  1. 7-14 วัน ตัดไหม
  2. 2-3 สัปดาห์ ลางาน แล้วค่อยๆ กลับไปทำกิจกรรมปกติ
  3. ไม่กี่สัปดาห์ บวมช้ำค่อยๆ ยุบ
  4. 6-9 เดือน เห็นผลเต็มที่
หมออยากให้สบายใจ

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นหัตถการที่มีมาตรฐานชัดเจน ทำกันทั่วโลกมานานหลายสิบปี ความเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นเรื่องชั่วคราวอย่างบวมช้ำที่จะหายเอง ความเสี่ยงร้ายแรงพบได้น้อยมาก และลดลงได้อีกมากเมื่อเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ เตรียมตัวก่อนผ่าให้พร้อม และดูแลตามคำแนะนำหลังผ่า สิ่งที่หมอทำเสมอคือคัดกรองว่าคุณพร้อมจริงไหมก่อนแนะนำให้ผ่า เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ

เรื่องที่หมออยากพูดตรงๆ

ตรงนี้หมอจะพูดในฐานะหมอ ไม่ใช่ในฐานะคนขายของ — เพราะหมอเชื่อว่าคนไข้คือคนไข้ ไม่ใช่ลูกค้าที่ต้องปิดการขาย

ความจริงคือ การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับ "บางเคส" โดยเฉพาะคนที่หย่อนมากจริงๆ จนวิธีอื่นเอาไม่อยู่ ในเคสแบบนั้นการผ่าให้ผลที่คุ้มค่ามาก แต่หมอเจอคนไข้จำนวนไม่น้อยที่เดินเข้ามาบอกว่าอยากผ่า ทั้งที่จริงๆ แล้วระดับการหย่อนของเขา ร้อยไหมหรือ HIFU ก็ได้ผลดีพอ ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องลางานยาว ไม่ต้องเสี่ยงเท่า

หมอจะไม่เชียร์ให้คุณทำอะไรเกินจำเป็น ถ้าหมอประเมินแล้วเห็นว่าวิธีไม่ผ่าตัดพอ หมอจะบอกตรงๆ ว่าพอ และถ้าหมอเห็นว่าเคสคุณควรผ่าจริงเพื่อผลที่ดีกว่า หมอก็จะบอกตรงๆ เช่นกัน แม้ว่าที่คลินิกเราจะเน้นทางเลือกไม่ผ่าตัด หน้าที่ของหมอคือบอกความจริงให้คุณตัดสินใจได้ดีที่สุด ไม่ใช่ขายสิ่งที่แพงที่สุด

จำสั้นๆ
  • การผ่าตัดดึงหน้ายอดเยี่ยมสำหรับบางเคส โดยเฉพาะคนที่หย่อนมากจริงๆ จนวิธีอื่นเอาไม่อยู่
  • คนไข้จำนวนไม่น้อยที่อยากผ่า จริงๆ แล้วร้อยไหมหรือ HIFU ก็ได้ผลดีพอ ไม่ต้องเจ็บตัว
  • หน้าที่ของหมอคือบอกความจริงให้คุณตัดสินใจได้ดีที่สุด ไม่ใช่ขายสิ่งที่แพงที่สุด

ราคา / คุ้มไหม

เรื่องราคาเป็นสิ่งที่คนไข้อยากรู้แต่หลายคนไม่กล้าถาม หมอเข้าใจ และหมอจะพูดเรื่องนี้แบบเปิดเผย

ราคาผ่าตัดดึงหน้าขึ้นกับอะไรบ้าง

หมอขอบอกตรงๆ ว่าหมอจะไม่โยนตัวเลขลอยๆ ให้ เพราะราคาผ่าตัดดึงหน้าต่างกันมากในแต่ละเคส ขึ้นกับปัจจัยเหล่านี้

  • เทคนิคที่ใช้ — mini / SMAS / deep plane ความซับซ้อนต่างกันมาก
  • ความซับซ้อนของเคส — ทำเฉพาะส่วนล่าง หรือรวมคอ รวมกลางหน้า
  • ทีมแพทย์และสถานที่ — ประสบการณ์ทีม ค่าห้องผ่าตัด ค่าดมยา
  • การดูแลหลังผ่า — การติดตามผลและการดูแลแผลระยะยาว

คุ้มไหมเมื่อเทียบกับไม่ผ่าตัด

คำว่า "คุ้ม" ขึ้นกับเคสของคุณจริงๆ ถ้าคุณหย่อนมากและผ่าครั้งเดียวอยู่ได้ 10 ปี เฉลี่ยต่อปีอาจคุ้มกว่าการทำไม่ผ่าตัดซ้ำทุกปี แต่ถ้าคุณหย่อนน้อยแล้วไปจ่ายค่าผ่าตัด ทั้งที่ร้อยไหมหรือ HIFU ก็พอ นั่นคือการจ่ายเกินจำเป็น หมอ Time จะช่วยคำนวณให้ตามเคสจริงว่าทางไหนคุ้มกว่าสำหรับคุณ ทักผ่าน LINE เพื่อนัดประเมินและสอบถามได้เลยครับ

ปรึกษาเรื่องหน้าหย่อนที่พิษณุโลก — de Pry Clinic

ถ้าคุณอยู่พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ หรือกำแพงเพชร แล้วกำลังลังเลว่าจะแก้หน้าหย่อนด้วยวิธีไหน ไม่ต้องเดินทางไกลไปกรุงเทพฯ เพื่อหาคำตอบ

ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก หมอ Time จะประเมินระดับการหย่อนของคุณก่อนเป็นอันดับแรก แล้วบอกตรงๆ ว่าควรไปทางผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด คลินิกเราเน้นทางเลือกไม่ผ่าตัดเป็นหลัก ทั้งร้อยไหม HIFU และฟิลเลอร์ ซึ่งในหลายเคสได้ผลดีพอโดยไม่ต้องเจ็บตัว แต่ถ้าเคสไหนเหมาะกับการผ่าตัดจริง หมอจะแนะนำตรงๆ และช่วยวางแผนให้

หมอถือว่าคนไข้คือคนไข้ ไม่ใช่ลูกค้า เราเลือกทางที่เหมาะกับคุณจริง ไม่ใช่ทางที่แพงที่สุด และเราดูแลต่อหลังทำ ไม่ได้จบแค่วันที่ทำเสร็จ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

  • ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) คืออะไร?
    การผ่าตัดยกกระชับผิวและชั้นเนื้อเยื่อ SMAS ที่หย่อน ดึงและยึดกลับตำแหน่งเดิม เปิดแผลรอบหู เป็นวิธีแก้หน้าหย่อนที่ให้ผลชัดและอยู่นานที่สุด
  • ดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัดทำได้ไหม ได้ผลเหมือนผ่าตัดหรือเปล่า?
    ทำได้ ด้วยร้อยไหม HIFU ฟิลเลอร์ เจ็บน้อย แทบไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับคนหย่อนเบา-ปานกลาง แต่ยกได้น้อยและอยู่สั้นกว่าผ่าตัด คนหย่อนมากผ่าตัดยังเหนือกว่า
  • การผ่าตัดดึงหน้ามีกี่แบบ?
    3 แบบหลัก คือ Mini (อยู่ 2-5 ปี), SMAS (อยู่ 7-10 ปี) และ Deep plane (อยู่ 10-15 ปี) ยิ่งดึงลึกผลยิ่งอยู่นานแต่พักฟื้นนานขึ้น
  • ใครเหมาะกับการผ่าตัดดึงหน้าจริงๆ?
    คนอายุ 40+ หย่อนปานกลาง-มาก สุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ คาดหวังสมจริง ส่วนคนหย่อนน้อยมักได้ผลดีจากวิธีไม่ผ่าตัดอยู่แล้ว
  • ผ่าตัดดึงหน้าผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
    ตามเทคนิค Mini 2-5 ปี, SMAS 7-10 ปี, Deep plane 10-15 ปี เห็นผลเต็มที่ราว 6 เดือน แต่หน้ายังแก่ต่อตามธรรมชาติ
  • ผ่าตัดดึงหน้าอันตรายไหม พักฟื้นนานแค่ไหน?
    มีมาตรฐาน แต่มีความเสี่ยงเช่นบวมช้ำ เลือดคั่ง แผลเป็น ชาชั่วคราว ลางาน 2-3 สัปดาห์ ตัดไหม 7-14 วัน เลือกแพทย์ดีช่วยลดความเสี่ยง
  • ราคาผ่าตัดดึงหน้าเท่าไร คุ้มไหม?
    ขึ้นกับเทคนิค ความซับซ้อน ทีมแพทย์ ค่าห้อง/ดมยา ต้องประเมินก่อนจึงบอกได้ตรง คุ้มหรือไม่ขึ้นกับว่าระดับการหย่อนต้องผ่าจริงไหม
  • ปรึกษาเรื่องหน้าหย่อนที่พิษณุโลกได้ที่ไหน?
    de Pry Clinic พิษณุโลก หมอ Time ประเมินก่อนแล้วบอกตรงว่าควรผ่าหรือไม่ผ่า เน้นทางไม่ผ่าตัด ไม่เชียร์เกินจำเป็น

แหล่งอ้างอิง

หมออยากให้คุณตรวจสอบข้อมูลที่หมอใช้เองได้นะครับ — นี่คือแหล่งอ้างอิงหลักที่บทความนี้อ้างถึง:

  • NHS (UK) — ข้อมูลการทำหัตถการความงามและสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ: nhs.uk
  • NHS (UK) — ภาพรวมการผ่าตัดดึงหน้า การพักฟื้น และความเสี่ยง: nhs.uk/cosmetic-surgery/facelift
  • Johns Hopkins Medicine — สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดชะลอวัยบนใบหน้าและการเทียบกับวิธีไม่ผ่าตัด: hopkinsmedicine.org
  • อย. (อย. ไทย) — ตรวจสอบทะเบียนผลิตภัณฑ์และสถานพยาบาลก่อนทำ: oryor.com

ไม่แน่ใจว่าหน้าหย่อนของคุณควรผ่าตัดหรือทำแบบไม่ผ่าตัดดี? ให้ หมอ Time ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก ประเมินและบอกตรงๆ ก่อนตัดสินใจ ไม่เชียร์เกินจำเป็น

💬 ปรึกษาหมอ Time ทาง LINE
แชร์บทความนี้
ดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์ — เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ผู้ดูแล

คุณหมอ Timeดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ ม.สงขลานครินทร์ปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษวุฒิบัตรเวชศาสตร์ความงาม สหรัฐฯ (AAAM)ABAARM, USA
  • หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ
  • ยาแท้ ตรวจสอบได้
  • ผลธรรมชาติ ไม่โป๊ะ
  • ดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ยัดเยียดคอร์ส
@depryclinic

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก — หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ

ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส — คุยกับหมอ Time ตรงไปตรงมา

ปรึกษาผ่าน LINE