เดอไภช์คลินิก
filler

Radiesse คืออะไร? ฟิลเลอร์ CaHA เติมเต็มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ที่พิษณุโลก 2026

สรุปสั้น ๆ ก่อนเริ่ม

Radiesse คือ biostimulator ที่ทำจาก CaHA (แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์) ซึ่งเป็นสารที่องค์ประกอบคล้ายแร่ธาตุในกระดูกเราเอง จุดเด่นคือได้ "สองเด้ง" — เติมวอลุ่มเห็นผลทันทีจากเจล แล้วไมโครสเฟียร์ยังกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา ผลอยู่ได้ราว 12–18 เดือน เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งความเฟิร์มและเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าสารกระตุ้นคอลลาเจนล้วนๆ บทความนี้หมอ Time จะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร ทำงานยังไง และต่างจากตัวอื่นตรงไหนครับ

Radiesse คืออะไร? ทำไมถึงได้ทั้งวอลุ่มและความเฟิร์ม

เวลาคนไข้มาปรึกษาเรื่องหน้าที่เริ่มหย่อน หลายคนบอกหมอว่า "อยากเติมให้เต็มแต่ก็อยากให้ผิวแน่นขึ้นด้วย จะต้องทำสองอย่างไหมคะ" — Radiesse คือคำตอบที่น่าสนใจสำหรับโจทย์แบบนี้ครับ เพราะมันทำงานสองอย่างในตัวเดียว

Radiesse จัดอยู่ในกลุ่ม biostimulator หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน แต่ต่างจาก Sculptra ตรงที่มันให้วอลุ่มทันทีได้ด้วย เลยเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่าง "ฟิลเลอร์ที่เห็นผลเร็ว" กับ "สารกระตุ้นคอลลาเจนที่อยู่นาน" ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมว่าฟิลเลอร์กับสารกระตุ้นคอลลาเจนต่างกันยังไงก่อน หมอแนะนำให้อ่าน บทเทียบฟิลเลอร์ vs Biostimulator ประกอบ จะเห็นภาพชัดขึ้นมากครับ

ข้างในคืออะไร — CaHA แคลเซียมที่ร่างกายคุ้นเคย

มีข้อสงสัย? หมอ Time ดูแลเฉพาะบุคคล ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส

ปรึกษาผ่าน LINE

หัวใจของ Radiesse คือสารชื่อ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ซึ่งฟังดูเป็นศัพท์ยาก แต่จริงๆ แล้วมันคือสารที่มีองค์ประกอบคล้ายแร่ธาตุที่อยู่ในกระดูกของเราเองครับ จึงเข้ากับร่างกายได้ดีและสลายไปได้เองตามธรรมชาติเมื่อถึงเวลา

ตัว CaHA อยู่ในรูปไมโครสเฟียร์เล็กๆ แขวนตัวอยู่ในเจล เมื่อฉีดเข้าชั้นใต้ผิว เจลจะให้วอลุ่มทันที ส่วนไมโครสเฟียร์จะค่อยๆ ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มีงานวิจัยที่อธิบายว่าไมโครสเฟียร์ CaHA กระตุ้นเซลล์ fibroblast ผ่านการสัมผัสโดยตรง ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นรอบๆ ตัวสาร

ทำงานยังไง — สองอย่างพร้อมกัน

สิ่งที่หมอชอบอธิบายให้คนไข้ฟังคือ Radiesse ทำงาน "สองอย่างในจังหวะที่ส่งต่อกัน"

  1. ทันทีหลังฉีด — เจลพา CaHA ให้วอลุ่มเลย ผิวดูเต็มขึ้นตั้งแต่วันแรก
  2. ราว 2–4 สัปดาห์ — ไมโครสเฟียร์เริ่มกระตุ้น fibroblast ให้สร้างคอลลาเจน เริ่มจากคอลลาเจนชนิดที่ 3 ก่อน
  3. ระยะถัดมา — คอลลาเจนชนิดที่ 3 ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยชนิดที่ 1 ที่แข็งแรงกว่า ผิวจึงเฟิร์มขึ้นจากข้างใน ขณะที่ตัวเจลค่อยๆ สลายไป คอลลาเจนใหม่มารับช่วงพอดี

เห็นไหมครับว่าจุดเด่นของมันคือ "ไม่ทิ้งช่วง" — ได้วอลุ่มเลยในวันแรก แล้วความเฟิร์มจากคอลลาเจนก็มารับต่อ ทำให้ผลดูต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ

Radiesse ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

ถ้าคุณส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หย่อน หรือร่องเริ่มลึกแต่ก็อยากให้ผิวแน่นขึ้นด้วย ปัญหากลุ่มนี้แหละที่ Radiesse ตอบโจทย์

  • กรอบหน้าและคางที่เริ่มหย่อน — อยากได้ทั้งรูปทรงที่ชัดขึ้นและความเฟิร์ม
  • ร่องลึก ที่ต้องการการพยุงและเติมเต็ม
  • ผิวที่เริ่มขาดความแน่น — ใช้แบบเจือจางเพื่อกระตุ้นความเฟิร์มในพื้นที่กว้างได้
  • คนที่อยากเห็นผลเร็วกว่าสารกระตุ้นคอลลาเจนล้วน แต่ก็อยากให้อยู่นานกว่าฟิลเลอร์ธรรมดา

Radiesse vs Sculptra vs ฟิลเลอร์ HA

สามตัวนี้คนสับสนบ่อยมาก หมอเทียบให้ดูในตารางเดียวว่า Radiesse ยืนอยู่ตรงไหนครับ

หัวข้อRadiesse (CaHA)Sculptra (PLLA)ฟิลเลอร์ HA
หลักการวอลุ่ม + กระตุ้นคอลลาเจนกระตุ้นคอลลาเจนล้วนเติมวอลุ่มอย่างเดียว
วอลุ่มทันทีมีไม่มีมี
เริ่มเห็นผลคอลลาเจน~2–4 สัปดาห์~4–6 สัปดาห์ไม่มี
อยู่ได้นาน~12–18 เดือน~18–25 เดือน~6 เดือน–1 ปี
สลายด้วยยาไม่ได้ไม่ได้ได้ (hyaluronidase)
จุดเด่นเห็นผลเร็ว+เฟิร์มธรรมชาติมาก อยู่นานปรับแก้ได้ ยืดหยุ่น
เลือกยังไงให้ง่าย

อยากได้ทั้งวอลุ่มและความเฟิร์มแบบเห็นผลค่อนข้างเร็ว — Radiesse ตอบโจทย์ อยากกระตุ้นคอลลาเจนล้วนๆ แบบธรรมชาติสุดและอยู่นานสุด — Sculptra ดี อยากเติมจุดที่ยุบและเผื่อปรับแก้ได้ — ฟิลเลอร์ HA เหมาะกว่า สุดท้ายให้หมอดูหน้าจริงแล้วเลือกให้เหมาะที่สุดครับ

กี่วันเห็นผล อยู่นานแค่ไหน

ทันทีวอลุ่มจากเจล
2–4สัปดาห์ · คอลลาเจนเริ่มชัด
12–18เดือน · ผลอยู่ได้

ส่วนของวอลุ่มเห็นได้เลยในวันที่ทำ ส่วนความเฟิร์มจากคอลลาเจนจะค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์ถึงเดือนถัดมา และอยู่ได้ราว 12–18 เดือน ขึ้นกับบริเวณ ปริมาณ และการดูแลตัวเองของแต่ละคน

ความปลอดภัยและการรับรอง

หมอเข้าใจว่าพอเป็นของฉีดเข้าหน้า ความปลอดภัยคือเรื่องที่กังวลที่สุด หมออยากให้คุณสบายใจด้วยข้อเท็จจริงครับ — CaHA เป็นสารที่มีองค์ประกอบคล้ายแร่ธาตุในกระดูกของเราเอง จึงเข้ากับร่างกายได้ดีและสลายไปได้เองตามธรรมชาติ Radiesse ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ และมีข้อมูลความปลอดภัยจากการใช้งานจริงรองรับมานาน

แต่หมออยากย้ำสิ่งที่สำคัญพอๆ กับตัวสาร — เพราะ Radiesse สลายด้วยยาไม่ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA การฉีดผิดชั้นหรือผิดตำแหน่งจึงแก้ไขยากกว่า และมีบางตำแหน่งที่ Radiesse ไม่เหมาะ การประเมินและเทคนิคของแพทย์จึงเป็นหัวใจของความปลอดภัยจริงๆ

ความเสี่ยงที่แท้จริงคือ "คนฉีดและตำแหน่ง"

อันตรายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัว CaHA แต่มาจากการฉีดโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ ฉีดผิดชั้น ผิดตำแหน่ง หรือใช้ในจุดที่ไม่เหมาะ หมออยากให้คุณสบายใจว่า ถ้าเลือกที่ที่แพทย์ประเมินและฉีดเอง เลือกตำแหน่งให้เหมาะ ความเสี่ยงเหล่านี้จะถูกคุมไว้ตั้งแต่ต้น และอย่าลืมขอดูกล่อง/เลขทะเบียนของแท้ก่อนทำเสมอ

เหมาะกับใคร ใครควรปรึกษาก่อน

เหมาะกับ

  • กรอบหน้า/คางที่เริ่มหย่อน อยากได้ทั้งรูปทรงและความเฟิร์ม
  • มีร่องลึกที่ต้องการการพยุง
  • อยากเห็นผลเร็วกว่าสารกระตุ้นคอลลาเจนล้วน
  • อยากให้ผลอยู่นานกว่าฟิลเลอร์ธรรมดา

ควรปรึกษาหมอก่อน

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • ต้องการแก้ตำแหน่งที่บอบบางมาก(อาจเหมาะกับ HA มากกว่า)
  • มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง

2 ความเข้าใจผิดเรื่อง Radiesse

เข้าใจผิดข้อ 1: "Radiesse คือฟิลเลอร์ธรรมดาตัวหนึ่ง"

ไม่ใช่ครับ แม้จะให้วอลุ่มเหมือนฟิลเลอร์ แต่หัวใจของ Radiesse คือการกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งฟิลเลอร์ HA ทั่วไปทำไม่ได้ และมันสลายด้วยยาไม่ได้เหมือน HA จึงต้องวางแผนการฉีดให้รอบคอบกว่า

เข้าใจผิดข้อ 2: "ฉีดที่ไหนบนหน้าก็ได้เหมือนฟิลเลอร์"

ไม่จริงครับ Radiesse เหมาะกับบางตำแหน่งและไม่เหมาะกับบางจุดที่บอบบางมาก การเลือกตำแหน่งให้เหมาะคือหน้าที่ของแพทย์ที่ประเมินเป็น ไม่ใช่ฉีดได้ทุกที่เหมือนกันหมด

จำ 3 ข้อนี้พอเรื่อง Radiesse
  • CaHA = ได้สองเด้ง วอลุ่มทันที + กระตุ้นคอลลาเจน อยู่ราว 12–18 เดือน
  • เห็นผลเร็วกว่า Sculptra แต่สลายด้วยยาไม่ได้เหมือน HA
  • ปลอดภัยเมื่อเป็นของแท้ + แพทย์ประเมินและเลือกตำแหน่งให้เหมาะ

ราคาเท่าไหร่ คิดจากอะไร

เรื่องราคา หมอขอบอกตามตรงว่าไม่มีตัวเลขตายตัวครับ ขึ้นกับหลายปัจจัย ขอให้ดูเป็นแนวทางเพื่อเข้าใจว่าทำไมแต่ละคนไม่เท่ากัน

  • ปริมาณที่ใช้ — ขึ้นกับพื้นที่และปัญหา ใช้มากก็ราคามากตามจริง
  • บริเวณที่ฉีด — บางตำแหน่งใช้เทคนิคและเวลามากกว่า
  • ของแท้ตรวจสอบได้ — ของที่ผ่านการรับรองมีต้นทุนชัดเจน
  • แพทย์ผู้ประเมินและฉีดเอง — มีผลต่อทั้งความปลอดภัยและความคุ้มระยะยาว
ระวังราคาถูกผิดปกติ

ถ้าเจอ Radiesse ราคาถูกจนน่าตกใจ หมออยากให้ตั้งคำถามก่อนครับ เพราะของแท้มีต้นทุน ราคาที่ต่ำเกินจริงมักมาพร้อมความเสี่ยงเรื่องของไม่แท้ ปริมาณไม่เต็ม หรือคนฉีดไม่ใช่แพทย์ และเพราะ Radiesse แก้ไขยากกว่า HA การประหยัดตรงนี้อาจแลกด้วยค่าแก้ไขที่แพงกว่าหลายเท่า

ฉีด Radiesse ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic

ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก หมอ Time ดูแลเรื่องนี้ด้วยการฟังปัญหาและดูหน้าจริงก่อนเสมอครับ Radiesse เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบางปัญหา แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องทำตัวนี้ บางคนเหมาะกับ ฟิลเลอร์ บางคนเหมาะกับสารกระตุ้นคอลลาเจนตัวอื่น หมอจะบอกตรงๆ ตามปัญหาของคุณ ไม่ได้เริ่มจากการเชียร์ตัวที่กำไรดีที่สุด

หมอใช้เฉพาะของที่ตรวจสอบได้ ฉีดเอง เลือกตำแหน่งให้เหมาะ และดูแลต่อเนื่องหลังทำ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า Radiesse ใช่สำหรับคุณไหม เข้ามาคุยก่อนได้เลยครับ ไม่ต้องตัดสินใจวันนั้น และอยากเข้าใจภาพรวมก่อน ลองอ่าน บทเทียบฟิลเลอร์ vs สารกระตุ้นคอลลาเจน ประกอบได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดเรื่อง Radiesse หมอรวบรวมมาตอบให้ตรงนี้ครับ

Radiesse คืออะไรแบบสั้นที่สุด?

biostimulator ที่ทำจาก CaHA ให้ทั้งวอลุ่มทันทีและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในตัวเดียว

ต่างจากฟิลเลอร์ HA ยังไง?

ฟิลเลอร์ HA เติมวอลุ่มแล้วรอวันสลาย แต่ Radiesse กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเฟิร์มขึ้นด้วย จึงมักอยู่นานกว่า แต่สลายด้วยยาไม่ได้เหมือน HA

อยู่ได้นานแค่ไหน?

ราว 12–18 เดือน บางตำแหน่งนานกว่า ขึ้นกับบริเวณ ปริมาณ และการดูแลของแต่ละคน

กี่วันเห็นผล?

วอลุ่มเห็นผลทันที ส่วนความเฟิร์มจากคอลลาเจนจะชัดขึ้นในราว 2–4 สัปดาห์เป็นต้นไป

Radiesse กับ Sculptra เลือกตัวไหนดี?

Radiesse เห็นผลเร็วกว่าและได้วอลุ่มด้วย ส่วน Sculptra เน้นกระตุ้นคอลลาเจนล้วน ธรรมชาติมากและอยู่นานกว่า เลือกตามสภาพผิวและความเร็วที่อยากเห็นผล ให้หมอช่วยประเมิน

ปลอดภัยไหม ผ่าน FDA ไหม?

CaHA องค์ประกอบคล้ายแร่ธาตุในกระดูกเรา เข้ากับร่างกายได้ดี Radiesse ผ่าน FDA สหรัฐฯ ความปลอดภัยขึ้นกับตัวสารและเทคนิคของแพทย์ร่วมกัน

ฉีดเจ็บไหม พักฟื้นนานไหม?

มีลงยาชาก่อนและบางสูตรผสมยาชาในเนื้อเจล ความเจ็บรับได้ หลังทำอาจบวมหรือช้ำเล็กน้อยช่วงแรก ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้

ฉีดที่ไหนบนหน้าได้บ้าง?

นิยมที่กรอบหน้า คาง ร่องลึก และใช้แบบเจือจางเพื่อกระตุ้นความเฟิร์มในพื้นที่กว้าง บางตำแหน่งบอบบางต้องให้แพทย์ประเมินเป็นพิเศษ

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลเชิงวิชาการที่หมอใช้เขียนบทความนี้ มาจากแหล่งเหล่านี้ครับ คลิกอ่านต้นฉบับเองได้เลย:

  • PubMed (Journal of Cosmetic Dermatology, 2022) — อธิบายว่าไมโครสเฟียร์ CaHA กระตุ้น fibroblast ผ่านการสัมผัสโดยตรงให้สร้างคอลลาเจนใหม่: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed (งานทบทวนวิชาการ) — รวบรวมประสิทธิภาพ ความคงทน และความปลอดภัยของสารกระตุ้นคอลลาเจนกลุ่ม PLLA และ CaHA บนใบหน้า: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • RADIESSE (ข้อมูลผู้ผลิต) — กลไกการออกฤทธิ์ของ CaHA เรื่องการพยุงเนื้อเยื่อและกระตุ้นคอลลาเจน: radiesse.com
  • อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) — ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในไทยด้วยตัวเอง: oryor.com

สนใจปรึกษาเรื่องRadiesseหรือสารกระตุ้นคอลลาเจนกับหมอ Time ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก? เข้ามาคุยก่อนตัดสินใจได้เลยครับ

ปรึกษาผ่าน LINE
แชร์บทความนี้
ดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์ — เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ผู้ดูแล

คุณหมอ Timeดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ ม.สงขลานครินทร์ปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษวุฒิบัตรเวชศาสตร์ความงาม สหรัฐฯ (AAAM)ABAARM, USA
  • หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ
  • ยาแท้ ตรวจสอบได้
  • ผลธรรมชาติ ไม่โป๊ะ
  • ดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ยัดเยียดคอร์ส
@depryclinic

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก — หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ

ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส — คุยกับหมอ Time ตรงไปตรงมา

ปรึกษาผ่าน LINE