เดอไภช์คลินิก
filler

Lenisna คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนไฮบริด ราคา ผลลัพธ์ ที่พิษณุโลก 2026

สรุปสั้น ๆ ก่อนเริ่ม

Lenisna คือ biostimulator ลูกผสมจากเกาหลีที่รวมของสองอย่างไว้ในเข็มเดียว — HA ที่เติมเต็มให้เห็นผลทันที กับ PDLLA ที่ค่อยๆ ปลุกให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ จึงได้ทั้ง "เห็นผลเลย" และ "ผิวเฟิร์มขึ้นจากข้างในแบบอยู่นาน" ราว 18–24 เดือน บทความนี้หมอ Time จะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร ทำงานยังไง เหมาะกับใคร และต่างจากตัวอื่นตรงไหน แบบที่ไม่ต้องมีพื้นฐานทางการแพทย์ก็เข้าใจได้ครับ

Lenisna คืออะไร? ทำไมถึงเรียกว่า "ไฮบริด"

เวลาคนไข้มาถามหมอว่า "Lenisna คืออะไรคะ เห็นเพื่อนทำแล้วหน้าดูเด็กลงแบบไม่รู้ว่าไปทำอะไรมา" หมอมักตอบว่า — มันคือตัวที่พยายามแก้ปัญหาคลาสสิกของวงการฟิลเลอร์ครับ

คือปกติเราต้องเลือกระหว่างสองทาง: ฟิลเลอร์ธรรมดาที่ "เห็นผลทันทีแต่รอวันสลาย" กับสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ "อยู่นานและธรรมชาติแต่ผลมาช้า" Lenisna จากเกาหลีใต้เลยออกแบบมาให้เป็น biostimulator แบบไฮบริด (hybrid) คือรวมข้อดีของทั้งสองฝั่งไว้ในเข็มเดียว ได้ทั้งผลทันทีจาก HA และผลระยะยาวจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมว่าฟิลเลอร์กับสารกระตุ้นคอลลาเจนต่างกันยังไงก่อน หมอแนะนำให้อ่าน บทเทียบฟิลเลอร์ vs Biostimulator ประกอบครับ จะเห็นภาพชัดขึ้นมาก

ข้างในมีอะไร? (PDLLA + HA)

มีข้อสงสัย? หมอ Time ดูแลเฉพาะบุคคล ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส

ปรึกษาผ่าน LINE

หัวใจของ Lenisna อยู่ที่ส่วนผสมสองตัวที่ทำงานคนละหน้าที่ หมอขอแยกให้เห็นชัดๆ ว่าแต่ละตัวมาทำอะไร

170mg · PDLLA สร้างคอลลาเจน
30mg · HA เติมเต็มทันที
50–60ไมครอน · อนุภาคทรงกลมรูพรุน
18–24เดือน · ความคงทน

PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) คือพระเอกฝั่งระยะยาว เป็นอนุภาคโพลิเมอร์ทรงกลมที่มีรูพรุน ขนาดราว 50–60 ไมโครเมตร เมื่อฉีดเข้าชั้นใต้ผิว มันจะกระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจน (fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ขึ้นมาใหม่ มีงานวิจัยในผิวที่อายุมากขึ้นพบว่า PDLLA ช่วยกระตุ้นทั้งการสร้างคอลลาเจนและการสร้างหลอดเลือดฝอย ทำให้ผิวฟื้นตัวดีขึ้น ส่วน HA (กรดไฮยาลูโรนิกชนิด non-crosslinked) คือพระเอกฝั่งทันใจ ทำหน้าที่อุ้มน้ำเติมเต็มให้ผิวอิ่มฟูเห็นผลได้เลยตั้งแต่วันที่ทำ

ทำงานยังไงในผิวเรา — สองจังหวะ

สิ่งที่หมอชอบอธิบายให้คนไข้ฟังคือ Lenisna ทำงานเป็น "สองจังหวะ" ที่ส่งไม้ต่อกันพอดี

  1. จังหวะแรก (ทันทีหลังฉีด) — HA เข้าไปเติมเต็มร่องและเพิ่มวอลุ่มให้เห็นผลเลย ผิวดูอิ่มฟูขึ้นตั้งแต่วันแรก
  2. จังหวะสอง (สัปดาห์ถึงเดือนถัดมา) — PDLLA เริ่มกระตุ้น fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ขณะที่ HA ค่อยๆ สลายไป คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างก็มาแทนพอดี ผิวจึงเฟิร์มต่อเนื่องไม่ขาดช่วง
  3. ระยะยาว — PDLLA ย่อยสลายอย่างช้าๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนต่อเนื่อง ผิวหนาแน่นและกระชับขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

เห็นไหมครับว่าจุดเด่นจริงๆ ของมันคือ "ไม่มีช่วงโบ๋" — ฟิลเลอร์ธรรมดาพอ HA สลายก็จบ แต่ Lenisna มีคอลลาเจนใหม่มารับช่วงต่อพอดี

Lenisna ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

ถ้าคุณกำลังส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า "หน้าเริ่มไม่เหมือนเดิม แต่ก็บอกไม่ถูกว่าตรงไหน" ปัญหากลุ่มนี้แหละครับที่ Lenisna ตอบโจทย์

  • ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่เฟิร์ม — โดยเฉพาะแก้ม กรอบหน้าที่เริ่มหย่อนตามวัย
  • ริ้วรอยและร่องที่ครีมเอาไม่อยู่ — ร่องแก้ม ริ้วรอยตื้นๆ ที่บำรุงภายนอกแล้วไม่ดีขึ้น
  • ผิวบาง ขาดความอิ่มฟู — อยากให้ผิวดูสุขภาพดี แน่น มีน้ำมีนวล
  • อยากได้ทั้งผลทันทีและระยะยาว — ไม่อยากรอนานแบบ Sculptra ล้วน แต่ก็อยากให้อยู่นานกว่าฟิลเลอร์ธรรมดา

Lenisna vs Sculptra vs ฟิลเลอร์ธรรมดา

หมอเทียบสามตัวที่คนสับสนบ่อยที่สุดให้ดูในตารางเดียวครับ จะได้เห็นว่า Lenisna ยืนอยู่ตรงไหน

หัวข้อLenisna (PDLLA+HA)Sculptra (PLLA)ฟิลเลอร์ HA ธรรมดา
หลักการเติมเต็ม + กระตุ้นคอลลาเจนกระตุ้นคอลลาเจนล้วนเติมวอลุ่มอย่างเดียว
เห็นผลทันทีมี (จาก HA)ไม่มีมี
กระตุ้นคอลลาเจนมี (PDLLA)มี (PLLA)ไม่มี
รูปอนุภาคทรงกลมมีรูพรุนเล็กกว่า ไม่สมมาตรเป็นเจล
อยู่ได้นาน~18–24 เดือน~18–25 เดือน~6 เดือน–1 ปี
โอกาสบวม/อักเสบมักน้อยกว่าอาจมากกว่าน้อย
เลือกยังไงให้ง่าย

ถ้าอยากได้ผลทันทีบวกกับความเฟิร์มระยะยาวในเข็มเดียว Lenisna ตอบโจทย์ ถ้าเน้นกระตุ้นคอลลาเจนล้วนๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปสุดๆ Sculptra ก็ดี ถ้าแค่อยากเติมจุดที่ยุบให้เป็นรูปเป็นร่างทันที ฟิลเลอร์ธรรมดาก็พอ — สุดท้ายให้หมอช่วยดูหน้าจริงแล้วเลือกให้เหมาะที่สุดครับ

กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ทำกี่ครั้ง

เห็นผลเมื่อไหร่?

ส่วนของ HA เห็นผลเติมเต็มได้ทันทีตั้งแต่วันที่ทำ ส่วนผลจากคอลลาเจนที่ PDLLA กระตุ้นจะค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์ถึงเดือนถัดมา หลายคนจึงรู้สึกว่า "ทำแล้วดูดีเลย แล้วยังดีขึ้นเรื่อยๆ"

อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 18–24 เดือน หรือประมาณ 2 ปี หลังทำครบคอร์ส ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง

ต้องทำกี่ครั้ง?

แนวทางที่นิยมคือทำเป็นคอร์สราว 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณเดือนละครั้ง เพื่อให้คอลลาเจนสะสมพอ แล้วมาเติมซ้ำเมื่อครบราว 6–12 เดือนเพื่อคงผล ทั้งนี้หมอจะปรับแผนตามผิวของแต่ละคน

ความปลอดภัยและการรับรอง อย.

หมอเข้าใจว่าพอเป็นของฉีดเข้าหน้า ความปลอดภัยคือเรื่องที่กังวลที่สุด หมออยากให้คุณสบายใจด้วยข้อเท็จจริงครับ Lenisna ผ่านการรับรองจากหน่วยงานกำกับหลายแห่ง ทั้ง อย.เกาหลี (KFDA) มาตรฐานยุโรป CE และ อย.ไทย และด้วยรูปอนุภาคที่เป็นทรงกลมมีรูพรุน จึงมักรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย อาการบวมหรืออักเสบจึงมักน้อยกว่าสารกระตุ้นคอลลาเจนบางตัว

แต่หมออยากย้ำสิ่งที่สำคัญกว่าตัวสาร — มีงานที่เป็นความเห็นร่วม (consensus) ของแพทย์เรื่องเทคนิคการฉีด PDLLA-HA อย่างปลอดภัยและการจัดการเมื่อเกิดปัญหา ซึ่งสะท้อนว่า "เทคนิคและการประเมินของคนฉีด" สำคัญพอๆ กับตัวสาร การฉีดผิดชั้นหรือผิดตำแหน่งโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์คือความเสี่ยงตัวจริง

เช็กก่อนทำเสมอ

ขอดูกล่องและเลขทะเบียน อย. ก่อนทำได้เลยครับ คลินิกที่ได้มาตรฐานยินดีให้คุณตรวจสอบต่อหน้า คุณเข้าไปเช็กผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย.ไทย ได้เองที่เว็บ oryor.com ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที และอย่าลืมว่าคนที่ฉีดควรเป็นแพทย์ที่ประเมินคุณจริงๆ

เหมาะกับใคร ใครควรปรึกษาก่อน

เหมาะกับ

  • ผิวเริ่มหย่อน ไม่เฟิร์ม ตามวัย
  • มีริ้วรอย ร่อง ที่ครีมบำรุงเอาไม่อยู่
  • อยากได้ทั้งผลทันทีและระยะยาวในเข็มเดียว
  • อยากดูเด็กลงแบบธรรมชาติ ไม่อยากให้ดูเหมือนทำ

ควรปรึกษาหมอก่อน

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีการติดเชื้อหรือผื่นบริเวณที่จะฉีด
  • มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ หรือมีโรคประจำตัว/ภูมิคุ้มกันบางอย่าง
  • เคยฉีดสารอื่นในตำแหน่งเดียวกันมาก่อน (ต้องแจ้งหมอ)

ราคาเท่าไหร่ คิดจากอะไร

เรื่องราคา หมอขอบอกตามตรงว่าไม่มีตัวเลขตายตัวครับ เพราะขึ้นกับหลายปัจจัย ขอให้ดูเป็นแนวทางเพื่อเข้าใจว่าทำไมแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

  • ปริมาณที่ใช้ — ขึ้นกับพื้นที่และปัญหาผิว ใช้มากก็ราคามากตามจริง
  • จำนวนครั้งในคอร์ส — Lenisna มักทำเป็นคอร์ส 2–3 ครั้ง จึงควรดูราคาทั้งคอร์ส ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
  • ของแท้และการตรวจสอบได้ — ของที่ผ่าน อย. ตรวจสอบได้ มีต้นทุนชัดเจน
  • แพทย์ผู้ประเมินและฉีดเอง — มีผลทั้งความปลอดภัยและความคุ้มค่าในระยะยาว
ระวังราคาถูกผิดปกติ

ถ้าเจอ Lenisna ราคาถูกจนน่าตกใจ หมออยากให้ตั้งคำถามก่อนครับ เพราะของแท้มีต้นทุน ราคาที่ต่ำเกินจริงมักมาพร้อมความเสี่ยงเรื่องของไม่แท้ ปริมาณไม่เต็ม หรือคนฉีดไม่ใช่แพทย์ การประหยัดตรงนี้อาจแลกด้วยค่าแก้ไขที่แพงกว่าหลายเท่า

หลังฉีด Lenisna ดูแลตัวเองยังไงให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

คนไข้หลายคนพอทำเสร็จก็มักถามว่า "หมอคะ ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษไหม กลัวทำแล้วผลไม่ดี" หมอเข้าใจความตั้งใจนี้ดีครับ เพราะ Lenisna เป็นการลงทุนที่ผลค่อยๆ มา การดูแลตัวเองช่วงแรกจึงมีผลต่อผลลัพธ์จริงๆ หมอขอสรุปเป็นช่วงเวลาให้เข้าใจง่ายๆ

  1. วันแรก–2 วันแรก — อาจมีบวมแดงหรือช้ำเล็กน้อยตรงจุดที่ฉีด ประคบเย็นเบาๆ ได้ตามที่หมอแนะนำ หลีกเลี่ยงการกดแรงๆ บริเวณนั้น
  2. ตามที่หมอกำหนด — บาง biostimulator รวมถึงกลุ่ม PDLLA หมออาจแนะนำให้นวดบริเวณที่ฉีดเบาๆ ตามจำนวนครั้ง/เวลาที่กำหนด เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอและลดโอกาสเกิดก้อน — ทำตามที่หมอบอกเป๊ะๆ นะครับ ไม่มากไม่น้อยกว่านั้น
  3. 3–7 วันแรก — งดออกกำลังกายหนัก งดซาวน่า อบไอน้ำ และเลี่ยงแดดจัด เพราะความร้อนและการกระทบกระเทือนอาจรบกวนช่วงที่ผิวกำลังเริ่มปรับตัว
  4. สัปดาห์ถัดไปเป็นต้นไป — คอลลาเจนเริ่มก่อตัว ดื่มน้ำให้พอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผลลัพธ์ของคอลลาเจนใหม่ดูดีและอยู่ได้นานขึ้น
เคล็ดลับจากหมอ

ถ้าวางแผนจะไปงานสำคัญ อย่าเพิ่งทำกระชั้นชิดเกินไปครับ เผื่อเวลาให้รอยช้ำเล็กน้อย (ถ้ามี) หายและให้ผลคอลลาเจนเริ่มชัด หมอแนะนำให้เผื่ออย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ก่อนงาน เพื่อให้คุณดูดีที่สุดแบบสบายใจ ไม่ต้องลุ้น

3 ความเข้าใจผิดเรื่อง Lenisna ที่หมอเจอบ่อย

ก่อนตัดสินใจ หมออยากเคลียร์ความเข้าใจผิดที่คนไข้มักถือมาผิดๆ เพราะมันทำให้หลายคนคาดหวังผิดหรือกลัวเกินเหตุครับ

เข้าใจผิดข้อ 1: "ฉีดครั้งเดียวจบเหมือนฟิลเลอร์"

ไม่ใช่ครับ ส่วนของ HA เห็นผลทันทีก็จริง แต่หัวใจของ Lenisna คือการสร้างคอลลาเจน ซึ่งต้องอาศัยการสะสม จึงนิยมทำเป็นคอร์ส 2–3 ครั้ง ถ้าคิดว่าครั้งเดียวจะได้ผลเต็มที่แล้วไม่มาต่อ อาจไม่เห็นศักยภาพที่แท้จริงของมัน

เข้าใจผิดข้อ 2: "ยิ่งฉีดเยอะยิ่งดี ยิ่งเด้ง"

ไม่จริงครับ การฉีดมากเกินหรือฉีดผิดชั้นกลับเพิ่มโอกาสเกิดก้อนและทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ Lenisna ที่ดีคือ "พอดี" กับโครงหน้าและปัญหาของคุณ ซึ่งหมอจะเป็นคนประเมินปริมาณที่เหมาะ ไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งคุ้ม

เข้าใจผิดข้อ 3: "เป็นของกระตุ้นคอลลาเจน เลยไม่มีทางมีปัญหา"

ของที่ดีก็ยังต้องฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินเป็นครับ เพราะ Lenisna เป็น PDLLA ที่สลายด้วยยาไม่ได้เหมือน HA ล้วน ถ้าฉีดผิดชั้นหรือผิดตำแหน่งโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ การแก้ไขจะยากกว่า ความปลอดภัยจึงอยู่ที่ "ใครฉีด" พอๆ กับ "ฉีดอะไร"

จำ 3 ข้อนี้พอเรื่อง Lenisna
  • เป็นไฮบริด — ได้ทั้งผลทันที (HA) และผลระยะยาว (PDLLA สร้างคอลลาเจน)
  • ทำเป็นคอร์ส 2–3 ครั้ง ผลอยู่ราว 18–24 เดือน เน้นความเป็นธรรมชาติ
  • ปลอดภัยเมื่อเป็นของแท้ผ่าน อย. + ฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินและดูแลต่อเนื่อง

ฉีด Lenisna ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic

ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก หมอ Time ดูแลเรื่องนี้ด้วยการฟังปัญหาและดูหน้าจริงก่อนเสมอครับ Lenisna เป็นตัวที่ดี แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องทำตัวนี้ บางคนเหมาะกับ ฟิลเลอร์ บางคนเหมาะกับสารกระตุ้นคอลลาเจนตัวอื่น หมอจะบอกตรงๆ ตามปัญหาของคุณ ไม่ได้เริ่มจากการเชียร์ตัวที่กำไรดีที่สุด

หมอใช้เฉพาะของที่ตรวจสอบได้ ฉีดเอง และดูแลต่อเนื่องหลังทำ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า Lenisna ใช่สำหรับคุณไหม เข้ามาคุยก่อนได้เลยครับ ไม่ต้องตัดสินใจวันนั้นเลยก็ได้ และอยากเข้าใจภาพรวมก่อน ลองอ่าน บทเทียบฟิลเลอร์ vs สารกระตุ้นคอลลาเจน ประกอบได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดเรื่อง Lenisna หมอรวบรวมมาตอบให้ตรงนี้ครับ

Lenisna คืออะไรแบบสั้นที่สุด?

biostimulator ลูกผสมจากเกาหลี ที่รวม HA เติมเต็มทันที กับ PDLLA กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาวไว้ในเข็มเดียว

ต่างจากฟิลเลอร์ธรรมดายังไง?

ฟิลเลอร์ธรรมดาเติมวอลุ่มแล้วรอวันสลาย แต่ Lenisna กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วย จึงเฟิร์มขึ้นจากข้างในและอยู่นานกว่า

อยู่ได้นานแค่ไหน?

ราว 18–24 เดือน หรือประมาณ 2 ปีหลังทำครบคอร์ส ขึ้นกับผิวและการดูแลของแต่ละคน

ต้องทำกี่ครั้ง?

นิยมทำคอร์ส 2–3 ครั้ง ห่างกันราวเดือนละครั้ง แล้วเติมซ้ำเมื่อครบ 6–12 เดือน

Lenisna กับ Sculptra เลือกตัวไหนดี?

Lenisna มี HA จึงเห็นผลทันที ส่วน Sculptra เป็น PLLA ล้วน ผลค่อยมาช้ากว่า เลือกตามว่าอยากเห็นผลเร็วแค่ไหนและสภาพผิวเป็นแบบไหน ให้หมอช่วยประเมิน

ปลอดภัยไหม ผ่าน อย. ไหม?

ผ่าน อย.เกาหลี (KFDA), CE และ อย.ไทย ขอดูกล่องและเลขทะเบียนก่อนทำได้เสมอ ความปลอดภัยขึ้นกับตัวสารและเทคนิคของแพทย์ร่วมกัน

ฉีดเจ็บไหม พักฟื้นนานไหม?

มีลงยาชาก่อน ความเจ็บรับได้ หลังทำอาจบวมหรือช้ำเล็กน้อยช่วงแรก ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลย

ใครไม่ควรทำ?

คนตั้งครรภ์/ให้นมบุตร มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลเชิงวิชาการที่หมอใช้เขียนบทความนี้ มาจากแหล่งเหล่านี้ครับ คลิกอ่านต้นฉบับเองได้เลย:

  • PubMed — งานวิจัยพบว่า PDLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและหลอดเลือดฝอยในผิวที่อายุมากขึ้น: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed — เปรียบเทียบคุณสมบัติของฟิลเลอร์ PLLA และ PDLLA กับการสร้างคอลลาเจน: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed — ความเห็นร่วมของแพทย์เรื่องเทคนิคการฉีด PDLLA-HA อย่างปลอดภัยและการจัดการภาวะแทรกซ้อน: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) — ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในไทยด้วยตัวเอง: oryor.com

สนใจปรึกษาเรื่องLenisnaหรือสารกระตุ้นคอลลาเจนกับหมอ Time ที่ de Pry Clinic พิษณุโลก? เข้ามาคุยก่อนตัดสินใจได้เลยครับ

ปรึกษาผ่าน LINE
แชร์บทความนี้
ดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์ — เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ผู้ดูแล

คุณหมอ Timeดร.นพ.ณธธรรมภ์ โอภาอภิณัฐฏ์

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก

แพทย์ ม.สงขลานครินทร์ปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษวุฒิบัตรเวชศาสตร์ความงาม สหรัฐฯ (AAAM)ABAARM, USA
  • หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ
  • ยาแท้ ตรวจสอบได้
  • ผลธรรมชาติ ไม่โป๊ะ
  • ดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ยัดเยียดคอร์ส
@depryclinic

เดอไภช์คลินิก พิษณุโลก — หมอ Time ทำเองทุกหัตถการ

ปรึกษาฟรี ไม่ยัดเยียดคอร์ส — คุยกับหมอ Time ตรงไปตรงมา

ปรึกษาผ่าน LINE