เดอไภช์คลินิก
botox

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง? ใช้กี่จุด คุ้มไหม เหมาะกับใคร ที่พิษณุโลก 2026

June 24, 2026

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง? ใช้กี่จุด คุ้มไหม เหมาะกับใคร ที่พิษณุโลก 2026
สรุปสั้น ๆ ก่อนเริ่ม

"โบท็อกซ์ 100 ยูนิต" ไม่ใช่ "ฉีดเยอะแล้วสวยกว่า" แต่คือ ปริมาณตัวยาที่มากพอจะดูแลได้หลายจุดในครั้งเดียว เช่น หว่างคิ้ว + หน้าผาก + หางตา หรือใช้กับกราม (masseter) สองข้างที่เป็นกล้ามมัดใหญ่ แต่ละจุดใช้ยูนิตไม่เท่ากัน และ จำนวนยูนิตที่พอดีต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน สิ่งที่ทำให้ผลดีและคุ้มจริง ไม่ใช่ "ยูนิตเยอะ" แต่คือแบรนด์ของแท้ผ่าน อย. การเจือจางที่ถูกต้อง และคนที่ฉีดเป็นแพทย์ บทความนี้หมอ Time จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต คืออะไร? ทำไมคนชอบถามว่า "เหมาขวดไหม"

เวลาคนไข้มาปรึกษาหมอเรื่องโบท็อกซ์ คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคำหนึ่งคือ "หมอคะ ถ้าเหมาทั้งขวด 100 ยูนิตเลยจะคุ้มกว่าไหม" หรือ "ฉีด 100 ยูนิตนี่ฉีดได้ทั้งหน้าเลยหรือเปล่า" หมอเข้าใจที่มาของคำถามนี้ดีครับ เพราะเราเคยชินกับการคิดแบบ "ซื้อเหมาแล้วถูกกว่า"

แต่โบท็อกซ์ไม่เหมือนการซื้อของเหมาโหลครับ หมอขออธิบายแบบตรงไปตรงมาก่อนเลย — "100 ยูนิต" ไม่ใช่หน่วยของความสวย แต่เป็นหน่วยของปริมาณตัวยา เหมือนเราพูดว่า "ยา 100 มิลลิกรัม" ตัวเลขนี้บอกแค่ว่ามีตัวยาเท่าไร ไม่ได้บอกว่าผลจะออกมาดีหรือเป็นธรรมชาติแค่ไหน สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์จริง ๆ คือ เอายูนิตเหล่านั้นไปวางตรงไหน วางอย่างไร และวางโดยใคร

โบท็อกซ์แบรนด์ที่คุ้นชื่อหลายตัว (เช่น Botox ของ Allergan หรือ Xeomin) มาในขวดละ 100 ยูนิตพอดี คนเลยติดภาพว่า "100 ยูนิต = หนึ่งขวด = ฉีดทีเดียวจบทั้งหน้า" ซึ่งจริงบ้างไม่จริงบ้าง เดี๋ยวหมอจะพาไล่ดูทีละจุดว่า 100 ยูนิตมัน "ไปได้ไกล" แค่ไหนครับ

"ยูนิต" คืออะไร? ทำไมมันถึงสำคัญกว่า "กี่ขวด"

Got questions? Dr. Time offers personalized, honest consultations — no upselling.

Consult Dr. Time

ก่อนจะไปดูว่าฉีดอะไรได้บ้าง หมออยากให้เข้าใจคำว่า "ยูนิต" ก่อน เพราะมันคือหัวใจของเรื่องนี้เลยครับ

โบท็อกซ์เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อที่ฉีดคลายตัวลงชั่วคราว และเราวัดปริมาณของมันเป็น "ยูนิต" (unit) ไม่ใช่ซีซีหรือมิลลิลิตรเหมือนฟิลเลอร์ เพราะยูนิตวัด "ฤทธิ์" ของยา ไม่ใช่ปริมาตรของน้ำ คนฉีดจะเอาผงตัวยามาผสมกับน้ำเกลือ (เราเรียกว่า "การเจือจาง" หรือ dilution) ให้กลายเป็นน้ำที่ฉีดได้ แต่ไม่ว่าจะผสมน้ำมากหรือน้อย จำนวนยูนิต (ฤทธิ์ยา) ในขวดยังเท่าเดิม

ทำไมห้ามเทียบยูนิตข้ามแบรนด์ตรง ๆ

ตรงนี้สำคัญมากครับ — "1 ยูนิต" ของแต่ละแบรนด์ไม่ได้แรงเท่ากันเป๊ะ ๆ เพราะแต่ละบริษัทมีวิธีวัดฤทธิ์ของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน เหมือนไม้บรรทัดคนละอัน DermNet ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ผิวหนังของแพทย์ก็ย้ำว่าโบทูลินั่ม ท็อกซินแต่ละชนิด เทียบยูนิตต่อยูนิตข้ามแบรนด์ไม่ได้ ดังนั้นถ้ามีคนบอกว่า "ที่นี่ถูกกว่า ยูนิตละไม่กี่บาท" คุณต้องถามต่อว่า แบรนด์อะไร ของแท้ไหม และเจือจางมาแบบไหน เพราะตัวเลขยูนิตอย่างเดียวเทียบกันไม่ได้

สิ่งที่อยากให้จำ

"กี่ขวด" บอกแค่ปริมาณ แต่ "กี่ยูนิตต่อจุด + แบรนด์อะไร + ใครฉีด" ต่างหากที่กำหนดผลและความปลอดภัย เวลาไปปรึกษา ลองถามคลินิกตรง ๆ ว่าใช้แบรนด์อะไร ขวดละกี่ยูนิต และจะลงให้กี่ยูนิตในแต่ละจุด คลินิกที่ตั้งใจดูแลจะตอบได้ชัดเจนเสมอครับ

100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง? ช่วงยูนิตของแต่ละจุด

ทีนี้มาถึงคำถามที่ทุกคนรอ — 100 ยูนิตมัน "ครอบคลุม" อะไรได้บ้าง หมอขอเล่าทีละจุดแบบที่คนไข้มักถาม โดยตัวเลขที่หมอบอกต่อไปนี้เป็น "ช่วงโดยประมาณ" ที่อ้างอิงจากตำราและงานวิจัยทางการแพทย์นะครับ ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกคนต้องใช้เท่ากัน ของจริงต้องให้แพทย์ดูกล้ามเนื้อของคุณก่อนเสมอ

ใบหน้าส่วนบน (ลดริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ)

  • หว่างคิ้ว (glabella / รอยขมวดคิ้ว) — จุดยอดฮิต มักใช้ราว 20 ยูนิต กระจายหลายจุดเล็ก ๆ ตำราแพทย์ระบุช่วงกว้างได้ตั้งแต่ราว 8 ถึง 40 ยูนิตขึ้นกับความแข็งแรงของกล้าม
  • หน้าผาก (forehead lines / รอยขวางหน้าผาก) — มักใช้ราว 10–20 ยูนิต ต้องระวังไม่ให้มากเกินจนคิ้วตก จึงนิยมฉีดคู่กับหว่างคิ้วเพื่อให้สมดุล
  • หางตา (crow's feet / รอยยิ้มหางตา) — ฉีดสองข้าง รวมแล้วราว 10–24 ยูนิต (ประมาณข้างละ 5–12 ยูนิต)
  • ยกหางคิ้ว / ปรับรอยยิ้มเห็นเหงือก (gummy smile) — ใช้ยูนิต เล็กน้อย ต่อจุด เป็นการปรับละเอียดที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง

เห็นไหมครับว่าถ้ารวมหว่างคิ้ว + หน้าผาก + หางตาเข้าด้วยกัน ก็ใช้ราว ๆ 40–60 ยูนิตขึ้นไป ซึ่ง 100 ยูนิตจึง ครอบคลุมใบหน้าส่วนบนได้ทั้งโซนในครั้งเดียว และยังเหลือสำหรับจุดปรับละเอียดอื่น ๆ

กราม (masseter) — ปรับรูปหน้า/ลดการกัดฟัน

กรามเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย เพราะกล้ามกราม (masseter) เป็น กล้ามมัดใหญ่และแข็งแรง จึงกินยูนิตเยอะกว่าจุดบนใบหน้ามาก งานวิจัยและตำราด้านนี้ระบุช่วงที่ใช้กันได้กว้าง โดยฝั่งความงาม (ปรับเหลี่ยมกราม) มักอยู่ราว 20–30 ยูนิตต่อข้าง บางโปรโตคอลใช้สูงกว่านั้นในกล้ามที่ใหญ่มาก ส่วนการลดการกัดฟัน/นอนกัดฟัน (bruxism) ก็มีตั้งแต่โดสต่ำราว 10 ยูนิตไปจนถึง 25 ยูนิตต่อข้างในงานวิจัย

นั่นแปลว่า แค่ฉีดกราม 2 ข้างก็อาจใช้ไป 40–60 ยูนิตแล้ว — 100 ยูนิตจึงเป็นปริมาณที่เหมาะกับคนที่อยากดูแลกรามสองข้าง หรืออยากทำกราม + จุดบนใบหน้าบางส่วนไปพร้อมกัน

จำ 3 ข้อนี้พอ
  • จุดบนใบหน้าใช้ยูนิตน้อย (หลัก 10–20) — กรามใช้เยอะ (20–30 ต่อข้าง) เพราะกล้ามใหญ่
  • 100 ยูนิต = ดูแลใบหน้าส่วนบนทั้งโซน หรือกราม 2 ข้าง ได้ในครั้งเดียว
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็น "ช่วงโดยประมาณ" — ของจริงแพทย์ประเมินเป็นรายคน

ตารางจุดฉีด ช่วงยูนิตโดยประมาณ และผลที่ได้

หมอสรุปเป็นตารางให้เห็นภาพง่าย ๆ ครับ ย้ำอีกครั้งว่าตัวเลขเป็น ช่วงโดยประมาณจากตำราและงานวิจัย เพื่อให้คุณเห็นสัดส่วนคร่าว ๆ ว่า 100 ยูนิตกระจายไปได้แค่ไหน — ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่ควรนำไปฉีดเองหรือกำหนดโดสเองเด็ดขาด

จุดที่ฉีดช่วงยูนิตโดยประมาณผลที่มักได้
หว่างคิ้ว (glabella)~20 ยูนิต (ช่วงกว้าง 8–40)ลดรอยขมวดคิ้ว หน้าดูผ่อนคลายขึ้น
หน้าผาก (forehead)~10–20 ยูนิตลดรอยขวางหน้าผาก ต้องคุมไม่ให้คิ้วตก
หางตา (crow's feet) 2 ข้าง~10–24 ยูนิต รวมลดรอยยิ้มหางตา
ยกหางคิ้ว / ยิ้มเห็นเหงือกเล็กน้อยต่อจุดปรับละเอียด ต้องแม่นยำสูง
กราม (masseter) ต่อข้าง~20–30 ยูนิต/ข้างปรับเหลี่ยมกราม/ลดกัดฟัน (กล้ามมัดใหญ่)

ลองบวกดูเล่น ๆ ครับ — ใบหน้าส่วนบนครบโซน (หว่างคิ้ว+หน้าผาก+หางตา) อยู่ราว 40–60 ยูนิต ส่วนกราม 2 ข้างอยู่ราว 40–60 ยูนิต นี่คือเหตุผลว่าทำไม "100 ยูนิต" ถึงเป็นตัวเลขที่คนพูดถึงบ่อย เพราะมันพอดีกับการดูแลหนึ่งโซนใหญ่ ๆ ในครั้งเดียว

ทำไมแต่ละคนใช้ยูนิตไม่เท่ากัน?

คำถามที่คนไข้ชอบสงสัยคือ "ทำไมเพื่อนหนูฉีดหน้าผาก 10 ยูนิตพอ แต่หมอบอกหนูต้อง 20" หมอเข้าใจว่ามันชวนงงครับ แต่คำตอบง่ายมาก — เพราะกล้ามเนื้อของเราไม่เท่ากัน

คนที่กล้ามหน้าผากหนาและแข็งแรง ขมวดคิ้วบ่อย หรือชอบเลิกคิ้วเวลาพูด ก็ต้องใช้ยูนิตมากกว่าคนกล้ามบาง ผู้ชายมักใช้ยูนิตมากกว่าผู้หญิงเพราะกล้ามใหญ่กว่าโดยธรรมชาติ คนที่นอนกัดฟันมานานกล้ามกรามจะใหญ่และแข็งเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือ "ผลที่คุณอยากได้" ก็มีผล — บางคนอยากให้นิ่งสนิทไม่มีรอยเลย บางคนอยากให้ยังขยับได้บ้างเพื่อความเป็นธรรมชาติ สองแบบนี้ใช้ยูนิตไม่เท่ากัน

นี่แหละครับคือเหตุผลที่หมอย้ำเสมอว่า อย่าลอกสูตรยูนิตของคนอื่นมาใช้ สิ่งที่เหมาะกับเพื่อนอาจมากหรือน้อยเกินไปสำหรับคุณ การให้แพทย์ดูกล้ามเนื้อจริง ดูการขยับใบหน้าจริง แล้วค่อยกำหนดโดส คือวิธีที่ได้ผลดีและปลอดภัยที่สุด

เหมาขวด vs คิดต่อยูนิต — สองวิธีคิดราคาที่ต้องเข้าใจ

เรื่องราคาเป็นสิ่งที่หมอเข้าใจว่าทุกคนอยากรู้ และหมออยากให้คุณ "เข้าใจวิธีคิด" มากกว่าจำตัวเลข เพราะราคาจริงเปลี่ยนตามแบรนด์ ตามคลินิก และตามโปรโมชัน หมอจะไม่หลอกบอกตัวเลขลอย ๆ ให้ แต่จะอธิบายว่าโดยทั่วไปคลินิกคิดเงินกัน 2 แบบ แล้วแต่ละแบบเหมาะกับใครครับ

วิธีคิดราคาคิดยังไงเหมาะกับใครข้อควรระวัง
เหมาขวด (ต่อขวด/100 ยูนิต)จ่ายราคาเดียวต่อขวด ใช้ยูนิตได้ตามที่ตกลงคนที่ต้องฉีดหลายจุด ใช้ใกล้ครบขวดอยู่แล้วถ้าจริง ๆ ใช้น้อย อาจจ่ายเกินความจำเป็น/เหลือทิ้ง
คิดต่อยูนิตจ่ายตามจำนวนยูนิตที่ฉีดจริงคนที่ต้องการแค่จุดเดียวเล็ก ๆ หรือยูนิตน้อยต้องมั่นใจว่านับยูนิตตรงและใช้ของแท้

อะไรบ้างที่ทำให้ "คุ้มจริง" ไม่ใช่แค่ราคาถูก

หมออยากเตือนด้วยความหวังดีครับ — ราคาต่อยูนิตที่ "ถูกผิดปกติ" มักมีเหตุผลซ่อนอยู่ บางที่ใช้แบรนด์ที่ไม่ผ่าน อย. บางที่เจือจางน้ำมากเกินไปจนฤทธิ์ยาเจือจาง บางที่คนฉีดไม่ใช่แพทย์ สิ่งที่ทำให้โบท็อกซ์ "คุ้มจริง" คือ

  • แบรนด์ของแท้ที่ตรวจสอบ อย. ได้ — เช็กได้บนเว็บ อย. ว่าขึ้นทะเบียนถูกต้อง
  • การเจือจางที่ถูกต้อง — ผสมน้ำมากเกินไปฤทธิ์ก็อ่อนลง ผลไม่อยู่ตามที่ควร
  • คนฉีดเป็นแพทย์ — เลือกจุด เลือกโดส และรับมือได้ถ้ามีอะไรผิดปกติ

ถ้าจ่ายถูกแต่ได้ของไม่ชัวร์ ฉีดไม่ตรงจุด หรือผลไม่อยู่ สุดท้ายอาจต้องฉีดซ้ำเร็วกว่าที่ควร กลายเป็นแพงกว่าในระยะยาว ความคุ้มจึงไม่ได้วัดที่ "ป้ายราคาต่อยูนิต" อย่างเดียวครับ

ระวังของถูกที่ไม่ผ่าน อย.

โบท็อกซ์ที่ราคาถูกผิดปกติ บางครั้งเป็นของที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน อย. ซึ่งไม่มีใครรับรองว่าข้างในขวดคืออะไร ปริมาณตัวยาจริงเท่าไร สะอาดปลอดเชื้อหรือไม่ คุณขอดูกล่องยาและขอให้คลินิกเช็กทะเบียน อย. ต่อหน้าได้เสมอ คลินิกที่ตั้งใจดูแลจะยินดีให้ดูครับ

ยูนิตเยอะ = ดีกว่าจริงไหม? (อ่านก่อนตัดสินใจ)

หมอเจอความเข้าใจผิดนี้บ่อยมาก หลายคนคิดว่า "ฉีดเยอะ ๆ ไปเลย จะได้อยู่นานและเห็นผลชัด" หมอขอพูดตรง ๆ ด้วยความหวังดีว่า — ยูนิตเยอะเกินจำเป็น ไม่ได้แปลว่าดีกว่า และบางทีกลับให้ผลตรงข้าม

ถ้าฉีดมากเกินจุดที่ต้องการ กล้ามเนื้อจะขยับไม่ได้จนหน้าดูแข็งทื่อ ไม่เป็นธรรมชาติ ที่หนักกว่านั้นคืออาจเกิดผลข้างเคียงอย่าง คิ้วตก หนังตาตก หรือรอยยิ้มเบี้ยว เพราะยาไปกระจายโดนกล้ามที่ไม่ตั้งใจฉีด สิ่งที่ทำให้ผลออกมาสวยและเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ปริมาณยา แต่คือ การเลือกจุดให้ถูก ใช้โดสที่พอดีกับกล้ามแต่ละมัด และแบ่งฉีดหลายจุดอย่างแม่นยำ

เหมือนการแต่งหน้าครับ — คนที่แต่งสวยไม่ใช่คนที่ใช้เครื่องสำอางเยอะที่สุด แต่คือคนที่ลงให้ถูกที่ ถูกปริมาณ โบท็อกซ์ก็เช่นกัน คุณภาพอยู่ที่ "ความพอดีและความแม่นยำ" ไม่ใช่ "ตัวเลขยูนิตที่มากที่สุด"

สิ่งที่ทำให้ผลดี

  • เลือกจุดให้ตรงปัญหา
  • โดสพอดีกับกล้ามแต่ละมัด
  • แบ่งฉีดหลายจุดอย่างแม่นยำ
  • แบรนด์ของแท้ + เจือจางถูกต้อง

สิ่งที่ทำให้ผลแย่ลง

  • ยูนิตเยอะเกินจนหน้าแข็ง
  • ฉีดผิดจุด ยากระจายไปโดนกล้ามอื่น
  • เจือจางมากไปจนฤทธิ์อ่อน
  • คนฉีดไม่ใช่แพทย์ ประเมินไม่เป็น

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต เหมาะกับใคร? ใครยังไม่ต้องใช้ถึงขนาดนั้น

มาถึงคำถามที่ช่วยตัดสินใจได้จริง — แล้วเราควรใช้ถึง 100 ยูนิตไหม หมอขอเล่าตามตรงว่ามันเหมาะกับบางคน และก็ "ยังไม่จำเป็น" สำหรับอีกหลายคนครับ

คนที่ 100 ยูนิตมักเหมาะ: คนที่อยากดูแลหลายจุดพร้อมกัน เช่น หว่างคิ้ว + หน้าผาก + หางตาในครั้งเดียว, คนที่อยากฉีดกราม (masseter) สองข้างเพื่อปรับรูปหน้าหรือลดการกัดฟัน เพราะกล้ามกรามมัดใหญ่กินยูนิตเยอะอยู่แล้ว, หรือผู้ชายที่กล้ามใบหน้าหนาแข็งแรงและต้องใช้โดสมากกว่าปกติ

คนที่ยังไม่ต้องใช้ถึง 100 ยูนิต: คนที่อยากดูแลแค่จุดเดียวเล็ก ๆ เช่น เฉพาะหว่างคิ้ว หรือเฉพาะหางตา อาจใช้แค่ 20–30 ยูนิตก็พอ ไม่จำเป็นต้องเหมาทั้งขวด การจ่ายเท่าที่ใช้จริงอาจเหมาะกว่า หมอจะไม่เชียร์ให้คุณใช้เยอะเกินที่ร่างกายต้องการเด็ดขาด เพราะนั่นไม่ใช่การดูแลที่ดี

สิ่งที่หมออยากให้ทำก่อนตัดสินใจคือ มาให้แพทย์ประเมินก่อนว่าจริง ๆ แล้วคุณต้องใช้กี่ยูนิต แล้วค่อยเลือกว่าจะเหมาขวดหรือคิดต่อยูนิต จากความต้องการจริง ไม่ใช่จากโปรที่ฟังดูคุ้ม

ปลอดภัยไหม? เจ็บไหม? เรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีด

คนไข้หลายคนกังวลว่าฉีดเยอะ ๆ จะอันตรายไหม หมอเข้าใจความกังวลนี้ดีครับ และอยากให้สบายใจว่า โบท็อกซ์ของแท้ที่ฉีดโดยแพทย์ในปริมาณที่เหมาะสม มีความปลอดภัยสูงและใช้กันมานานทั่วโลก

เรื่องความเจ็บ — เข็มที่ใช้เล็กมาก ส่วนใหญ่รู้สึกแค่จิ๊ด ๆ เหมือนมดกัด หลายคนทำเสร็จแล้วบอกว่า "เท่านี้เองเหรอ" ผลข้างเคียงที่พบได้คือรอยแดงหรือช้ำเล็กน้อยตรงจุดฉีดซึ่งหายเองใน 2–3 วัน บางคนอาจปวดหัวตื้อ ๆ ช่วงแรก ส่วนผลข้างเคียงที่ต้องระวังอย่างคิ้วตก หนังตาตก หรือรอยยิ้มเบี้ยว มักเกิดจาก การฉีดผิดจุดหรือใช้โดสไม่เหมาะ ซึ่งป้องกันได้ด้วยการให้แพทย์ที่ประเมินเป็นเป็นคนฉีด

นี่คือเหตุผลที่หมอย้ำเรื่อง "ใครเป็นคนฉีด" เพราะแพทย์จะรู้ว่ากล้ามมัดไหนอยู่ตรงไหน ลึกแค่ไหน ควรลงกี่ยูนิต และถ้ามีอะไรผิดปกติก็รับมือได้ ความปลอดภัยของโบท็อกซ์ไม่ได้อยู่ที่ตัวยาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "มือที่ฉีด" ด้วยครับ

ฉีดโบท็อกซ์ที่พิษณุโลก — de Pry Clinic

ถ้าคุณอยู่พิษณุโลกหรือจังหวัดใกล้เคียง แล้วอยากฉีดโบท็อกซ์แบบที่ "ใช้ยูนิตพอดี ไม่ขายเยอะเกินจำเป็น" de Pry Clinic (เดอไภช์คลินิก) ยินดีดูแลคุณครับ ที่นี่หมอ Time ประเมินและฉีดเองทุกเคส ดูกล้ามเนื้อจริงของคุณก่อนว่าจุดไหนควรใช้กี่ยูนิต แล้ววางแผนให้พอดี ไม่ใช่เหมาขวดเพราะอยากขายของ

คนไข้หลายคนเดินทางมาหาหมอจากพิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ เพราะอยากได้คนที่ฉีดเป็นแพทย์จริง ใช้เฉพาะโบท็อกซ์ของแท้ที่ตรวจสอบ อย. ได้ และเจือจางอย่างถูกต้อง หมออยากให้ทุกคนได้รับการดูแลดี ๆ ใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกลถึงกรุงเทพ

อยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วคุณต้องใช้กี่ยูนิต ควรเหมาขวดหรือคิดต่อยูนิตดี ทักมาคุยกับหมอ Time ได้เลยครับ ปรึกษาก่อนได้เสมอ ไม่มีการยัดเยียดคอร์ส

คำถามที่พบบ่อย

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดได้กี่จุด?

ขึ้นกับว่าเลือกฉีดจุดไหนบ้าง เพราะแต่ละจุดใช้ยูนิตไม่เท่ากัน ถ้าเทียบเป็นช่วงโดยประมาณ หว่างคิ้ว (glabella) มักใช้ราว 20 ยูนิต, หน้าผาก ~10–20 ยูนิต, หางตาทั้งสองข้างรวม ~10–24 ยูนิต ส่วนกราม (masseter) ใช้เยอะกว่าเพราะเป็นกล้ามใหญ่ ราว 20–30 ยูนิตต่อข้าง ดังนั้น 100 ยูนิตอาจครอบคลุมหลายจุดบนใบหน้าส่วนบนพร้อมกัน หรือใช้กับกราม 2 ข้างก็เกือบหมดขวดแล้ว ตัวเลขจริงต้องให้แพทย์ประเมินกล้ามเนื้อของแต่ละคน ไม่มีสูตรตายตัว

100 ยูนิตคือ 1 ขวดพอดีไหม?

โบท็อกซ์แบรนด์ที่คุ้นเคยหลายตัวบรรจุขวดละ 100 ยูนิต (เช่น Botox/Allergan, Xeomin) แต่บางแบรนด์ขวดละ 50 หรือ 200 ยูนิตก็มี และตัวยาแต่ละแบรนด์ "ยูนิตต่อยูนิต" ไม่ได้แรงเท่ากันเป๊ะ เพราะวิธีวัดต่างกัน ดังนั้นอย่าเทียบยูนิตข้ามแบรนด์ตรง ๆ ควรถามว่าคลินิกใช้แบรนด์อะไร ขวดละกี่ยูนิต และผสม (เจือจาง) อย่างไร

ฉีดโบยูนิตเยอะ ๆ ดีกว่าไหม?

ไม่จำเป็นครับ ยูนิตที่มากเกินจุดที่ต้องการอาจทำให้กล้ามเนื้อขยับไม่ได้จนหน้าแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือเกิดผลข้างเคียงอย่างคิ้วตก หนังตาตก สิ่งที่ทำให้ผลดีไม่ใช่ "ยูนิตเยอะ" แต่คือการเลือกจุด เลือกขนาดยาที่พอดีกับกล้ามเนื้อแต่ละมัด และความแม่นยำของคนฉีด คุณภาพอยู่ที่ความพอดี ไม่ใช่ปริมาณ

เหมาขวด (เหมา 100 ยูนิต) กับคิดต่อยูนิต แบบไหนคุ้มกว่า?

ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนคุ้มกว่าเสมอ ขึ้นกับว่าคุณต้องใช้กี่ยูนิตจริง ๆ ถ้าต้องฉีดหลายจุดและใช้ใกล้ครบขวดอยู่แล้ว การเหมาขวดอาจคุ้มและไม่เหลือทิ้ง แต่ถ้าต้องการแค่จุดเดียวเล็ก ๆ การคิดต่อยูนิตจะจ่ายเท่าที่ใช้จริง สิ่งที่ทำให้ "คุ้มจริง" คือแบรนด์ของแท้ผ่าน อย. การเจือจางที่ถูกต้อง และคนที่ฉีดเป็นแพทย์ ไม่ใช่แค่ราคาต่อยูนิตถูกที่สุด

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่อยากดูแลหลายจุดพร้อมกัน เช่น หว่างคิ้ว + หน้าผาก + หางตาในครั้งเดียว หรือคนที่ฉีดกราม (masseter) สองข้างเพื่อปรับรูปหน้า/ลดการกัดฟัน ซึ่งกล้ามกรามเป็นมัดใหญ่จึงกินยูนิตเยอะ ส่วนคนที่ต้องการแค่จุดเดียวเล็ก ๆ อาจไม่จำเป็นต้องใช้ถึง 100 ยูนิต ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าจริง ๆ แล้วคุณต้องใช้เท่าไร

ทำไมแต่ละคนใช้ยูนิตไม่เท่ากัน ทั้งที่ฉีดจุดเดียวกัน?

เพราะกล้ามเนื้อของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ บางคนกล้ามหน้าผากหรือกรามหนาและแข็งแรงมาก ก็ต้องใช้ยูนิตมากกว่าคนกล้ามบาง เพศ อายุ ความเคยชินในการขมวดคิ้ว/กัดฟัน และผลที่อยากได้ (อยากนิ่งสนิท หรืออยากให้ขยับได้บ้างแบบธรรมชาติ) ล้วนมีผลต่อจำนวนยูนิต จึงต้องประเมินเป็นรายคน ไม่ใช่ลอกสูตรคนอื่นมาใช้

โบท็อกซ์ 100 ยูนิต อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปผลของโบท็อกซ์อยู่ได้ราว 3–4 เดือน แล้วค่อย ๆ จางลงเมื่อกล้ามเนื้อกลับมาทำงาน จุดที่กล้ามใหญ่และแข็งแรงอย่างกราม บางคนอาจอยู่ได้นานกว่าเล็กน้อย การฉีดซ้ำตามรอบที่แพทย์แนะนำจะช่วยให้ผลต่อเนื่องและคุมการใช้ยูนิตได้พอดี ไม่ใช่ฉีดถี่เกินจำเป็น

ฉีดโบท็อกซ์ 100 ยูนิตที่พิษณุโลกได้ที่ไหน?

ที่ de Pry Clinic (เดอไภช์คลินิก) พิษณุโลก หมอ Time ประเมินและฉีดเองทุกเคส วางแผนว่าจุดไหนควรใช้กี่ยูนิตให้พอดีกับกล้ามเนื้อของคุณ ใช้เฉพาะโบท็อกซ์ของแท้ที่ตรวจสอบ อย. ได้ และเจือจางอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผลออกมาเป็นธรรมชาติและปลอดภัย ปรึกษาก่อนได้เสมอว่าจริง ๆ แล้วคุณต้องใช้กี่ยูนิต

แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ

หมออยากให้คุณตรวจสอบช่วงยูนิตและข้อมูลที่หมอใช้เองได้นะครับ — นี่คือแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่บทความนี้ดึงมา คลิกอ่านต้นฉบับได้เลย:

  • StatPearls (NCBI Bookshelf) — ตำราแพทย์อธิบายการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินใบหน้าส่วนบน (หว่างคิ้ว หน้าผาก หางตา) พร้อมช่วงยูนิตและตำแหน่งฉีด: ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed (งานวิจัยปรับขนาดยาหน้าผาก) — การทดลองแบบสุ่มหลายศูนย์เรื่องโดสที่เหมาะของ onabotulinumtoxinA สำหรับรอยหน้าผาก: pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed Central (PMC6768934) — บทความวิชาการเรื่องการใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินกับกราม (masseter) ทั้งลดกัดฟันและปรับเหลี่ยมกราม พร้อมช่วงยูนิตต่อข้าง: pmc.ncbi.nlm.nih.gov
  • PubMed Central (PMC9719743) — งานวิจัยควบคุมเรื่องการฉีดโดสต่ำเข้ากล้ามกรามเพื่อลดการนอนกัดฟัน อ้างอิงช่วงโดสกราม: pmc.ncbi.nlm.nih.gov
  • DermNet (โบทูลินั่ม ท็อกซิน) — แหล่งความรู้ผิวหนังของแพทย์ ย้ำว่าโบทูลินั่ม ท็อกซินแต่ละแบรนด์เทียบยูนิตต่อยูนิตตรง ๆ ไม่ได้: dermnetnz.org
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — ระบบตรวจสอบทะเบียนยา ใช้เช็กว่าโบท็อกซ์ที่คลินิกใช้ขึ้นทะเบียนถูกต้องไหม: oryor.com
Share this article

Related articles

สลายโบท็อกซ์ได้ไหม? แก้หน้าตึง คิ้ว-ตาตก มุมปากไม่เท่ากัน ทำยังไง ที่พิษณุโลก 2026Botox

สลายโบท็อกซ์ได้ไหม? แก้หน้าตึง คิ้ว-ตาตก มุมปากไม่เท่ากัน ทำยังไง ที่พิษณุโลก 2026

ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าตึง คิ้วตก ตาตก มุมปากไม่เท่ากัน สลายออกได้ไหม? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก เล่าตรงๆ ว่าโบไม่มียาสลายเหมือนฟิลเลอร์ แต่แก้ได้ด้วยอะไรบ้าง รอกี่เดือนหาย และทำไม 'เร่งสลายโบ' ที่บ้านถึงทำให้แย่ลง

Jun 24, 2026Read more
ฉีดโบท็อกซ์แล้วออกกำลังกายได้ไหม? ต้องรอกี่วัน + ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด ที่พิษณุโลก 2026Botox

ฉีดโบท็อกซ์แล้วออกกำลังกายได้ไหม? ต้องรอกี่วัน + ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด ที่พิษณุโลก 2026

ฉีดโบท็อกซ์แล้วออกกำลังกายได้ไหม ต้องรอกี่วัน? หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก เล่าครบ ทำไมต้องเลี่ยงออกกำลังหนัก/ซาวน่า/นอนราบ/ขยี้หน้าช่วงแรก พร้อมไทม์ไลน์ดูแลตัวเองหลังฉีดแบบเข้าใจง่าย

Jun 24, 2026Read more
ฉีดโบท็อกซ์ลดกล้ามแขน (โบลดต้นแขน) คืออะไร? ลดต้นแขนใหญ่จากกล้ามเนื้อ ใช้กี่ยูนิต เห็นผลกี่เดือน ปลอดภัยไหม ที่พิษณุโลก 2026Botox

ฉีดโบท็อกซ์ลดกล้ามแขน (โบลดต้นแขน) คืออะไร? ลดต้นแขนใหญ่จากกล้ามเนื้อ ใช้กี่ยูนิต เห็นผลกี่เดือน ปลอดภัยไหม ที่พิษณุโลก 2026

ฉีดโบท็อกซ์ลดกล้ามแขน (โบลดต้นแขน) คือการฉีดโบทูลินั่มเข้ากล้ามต้นแขนที่ล่ำใหญ่ ให้คลายตัวลงจนแขนเรียวขึ้น หลักการเดียวกับโบลดกราม หมอ Time de Pry Clinic พิษณุโลก เล่าครบ ใช้กี่ยูนิต เห็นผลกี่เดือน เหมาะกับใคร แขนใหญ่จากกล้ามต่างจากไขมันยังไง ปลอดภัยไหม พร้อมตารางเทียบ

Jun 23, 2026Read more
Dr. Nuathathaam Opharphinuth — de Pry Clinic, Phitsanulok

Your doctor

Dr. TimeDr. Nuathathaam Opharphinuth

de Pry Clinic, Phitsanulok

MD, Prince of Songkla UniversityMaster's — First-Class Honours (Gold Medal)PhD, United KingdomAmerican Board of Aesthetic Medicine (AAAM)ABAARM, USA
  • Every procedure by Dr. Time
  • Verified genuine products
  • Natural, never overdone
  • Personalized — no course pushing
@depryclinic

de Pry Clinic, Phitsanulok — every procedure by Dr. Time

Book a consultation — friendly, honest advice from Dr. Time.

Consult Dr. Time